[FIC] べPAINKILLER - 18

posted on 09 May 2013 02:46 by dooduporpoa in FIC



Title : PAINKILLER

Couple : DuJun x JunHyung

Status : LONG FIC

Author : DooDuPorPoa

Author’s Note : ฟิคเรื่องที่สามแล้ว ! เย้...ลัดคิวจากพล็อตอีกเรื่องหนึ่งซึ่งตั้งใจให้เป็นฟิคยาว เพราะรูปของสองหนุ่มมันช่าง แอร้ย!! มาเฟียเหลือหลาย จนอดใจไม่ได้ ต้องลงไม้ลงมือ(?)ยำออกมาเป็นฟิคฉะนี้แล... คำเตือนฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหารุนแรงเหมาะกับเด็กตั้งแต่อายุ 17 ขึ้นไปเพราะถ้าเรทสูงกว่านั้น ปอก็จะอ่านไม่ได้ คิคิ

 


     EPISODE 18

 

“(นายครับ! คุณจุนฮยองกับยงจุนฮยองที่เราตามล่าเมื่อหลายเดือนก่อนเป็นคนละคนกัน!)”

“หมายความว่ายังไง...ดงอุน”

“(จากที่ผมสอบถามจากคุณกิกวังเพื่อนสนิทของคุณจุนฮยอง ทราบว่าคุณจุนฮยองพึ่งจะเปลี่ยนชื่อได้สามปี ในขณะที่สัญญานั้นเริ่มต้นทำตั้งแต่สี่ปี่ที่แล้ว และชื่อยงจุนฮยองที่เราตามหานั้นก็เป็นชื่อเดิมของเจ้าของบ้านที่คุณนายยงมาซื้อต่อ)”

“นายกำลังจะบอกว่าลูกหนี้ที่แท้จริงของฉันคือเจ้าของบ้านเดิมที่จุนฮยองอาศัยอยู่ ไม่ใช่ตัวจุนฮยอง...งั้นสิ”

ข้อมูลที่ถูกถ่ายเททันที่ปลายสายรับโทรศัพท์ ทำเอาระบบประมวลสมองของดูจุนหยุดชะงัก เหตุการณ์ทุกอย่างดูจะสัมพันธ์กันมากขึ้น เมื่อย้อนนึกไปถึงคำพูดของอีกฝ่าย

 

“แล้วไง มึงจะบอกว่ามึงไม่ใช่ยงจุนฮยองงั้นสิ” 

“กูชื่อ ยงจุนฮยอง แต่นั่นไม่ใช่กู!” 

“งั้นทำไมชื่อมึงถึงปรากฏบนนั้นล่ะ ตอบกูมา!” 

“กูไม่รู้” 

 

“(และหลังจากที่ฉันทำการสืบค้นที่มาของบ้านนั้น ฉันพบเรื่องราวที่น่าตกใจกว่านั้นอีกดูจุน...)”

 

เสียงของฮยอนซึงที่แทรกปลายสายเข้ามา ทำเอาหัวใจของดูจุนเต้นไม่เป็นระส่ำ ตอนนี้เขากำลังรู้สึกแย่เมื่อนึกถึงใบหน้าของอีกคนที่ถูกเขาทำร้าย

โดยไม่มีความผิดอะไร...

คนบริสุทธิ์ที่ต้องซวยเพราะเขาอีกแล้ว...

 

“(ก่อนที่จุนฮยองจะย้ายมาที่บ้านหลังปัจจุบัน เขาเคยย้ายบ้านแล้วไม่ต่ำกว่าห้าครั้ง แต่...บ้านที่เขาอยู่ตั้งแต่เกิดจนเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว คือบ้านที่อิลซาน...)”

 

!!!

 

“(และชื่อเก่า ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อยงจุนฮยองนั้น....ฉันคิดว่านายรู้จักดีเลยล่ะ)”

 

!!!!!!!!!!!!!!!

 

“(ใช่แล้วดูจุน..คนที่นายตามหามาตลอดเจ็ดปี ผู้ชายที่นายไม่เคยลืมเขาได้เลย ...เราเจอเขาแล้ว)”

 

ถือโทรศัพท์ค้างไว้อย่างนั้น เพราะสมองกำลังสตันท์ไปกับข้อมูลที่ได้รับ ความทรงจำมากมายในช่วงที่ผ่านมากำลังกลอวนอยู่ในหัวฉายซ้ำเหมือนฟิล์มหนังที่เคยดู

ทั้งรอยยิ้ม...

เสียงหัวเราะ....

 

 

จุนฮยอง....

 

“ฮัลโหลดูจุน...ฮัลโหล ได้ยินฉันไหม /นายครับ นาย ฮัลโหล”

“ขะ...ขอบคุณพวกนายสองคนมาก ฉันไปล่ะ”

เสียงเรียกของทั้งสองปลายสายดึงเอาสติของดูจุนที่หลุดลอยไปกลับคืนมา ร่างสูงวิ่งไปคว้ากุญแจรถที่หัวเตียงก่อนจะออกแรงวิ่งสุดกำลัง

“เดี๋ยว!!! แล้วนั่นนายจะไปไหน...”

“ฉันจะไปตามหัวใจฉันคืน”

 

จุนฮยอง...!!!

 

 

บ้าจริง!

ยงจุนฮยอง!!ทำไมไม่คิดให้ออกไว้กว่านี้!!!

 

ความจริงที่ว่าเขาพึ่งเปลี่ยนชื่อได้สามปี อีกทั้งชื่อนี้ยังเป็นชื่อของพี่ชายบุญธรรมพ่อซึ่งเป็นเจ้าของบ้านคนก่อน โดยเหตุผลที่ให้เปลี่ยนเป็นชื่อนี้เพื่อที่บ้านจะได้โอนเป็นกรรมสิทธิ์เขาอย่างถูกต้องโดยไม่ต้องจัดการธุระให้ยุ่งยาก

แต่นึกไม่ถึงเลยว่า...เรื่องมันจะยุ่งยากกว่าเดิมอีก

 

เขาต้องบอกดูจุน!!

 

เพื่อให้รอดจากสถานะลูกหนี้...

เพื่อที่จะไม่ได้ไม่ต้องทนอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นอีก...

 

ฝีเท้าทั้งสองข้างสลับไปบนทางเดินอย่างไว จุนฮยองออกตัววิ่งมาทางลัดหวังไปถึงถนนใหญ่เพื่อเรียกรถที่จะพาเขาไปหายังเป้าหมาย

 

ปัง!

 

กระสุนหนึ่งนัดพุ่งเข้ามาที่ไหล่ซ้ายแบบไม่ทันรู้ตัว จุนฮยองเบี่ยงตัวหลบกระสุนนัดนั้นเพียงเสี้ยววินาที ในขณะที่หัวกระสุนเฉียดแขนซ้ายจนเกิดรอยทางยาว มือขาวยกขึ้นกุมบาดแผลในขณะที่สองเท้ารีบออกแรงวิ่งหาที่หลบภัย

 

เรื่องบ้าอะไรอีก!

 

เสียงฝีเท้าที่วิ่งตามมาทำให้จุนฮยองหยุดยืนคิดอยู่ได้ไม่นาน สองขาออกแรงวิ่งเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นถนนใหญ่ด้านหน้า ร่างโปร่งแหวกหายไปกับฝูงชนที่เดินจับจ่ายซื้อของอยู่ ร้านเสื้อผ้าหลายร้านที่ตั้งอยู่ถูกจุนฮยองวิ่งชนพร้อมกับมือที่เอื้อมไปหยิบแต่ละชิ้นอย่างแนบเนียน ฝีเท้าอีกหลายคู่ที่วิ่งตามมาเริ่มสับสนเมื่อมองไม่เห็นตัวจุนฮยอง ร่องรอยการทำลายข้าวของของการไล่ล่าที่เกิดขึ้นย่อมๆ สร้างความอลหม่านให้กับฝูงชนไม่น้อย

“หายไปไหนของมันว่ะ”

เสียงพูดคุยของกลุ่มคนที่วิ่งไล่ตาม ทำให้จุนฮยองลอบกลั้นหายใจอย่างไม่รู้ตัว แว่นสีดำที่เจ้าตัวคว้าขึ้นมาสวมใส่ กับเสื้อโค้ทตัวใหม่ช่วยอำพรางร่างทั้งร่างของเขาได้เป็นอย่างดี

พลัก!

 

เจ็บ...

อีกฝ่ายทำเพียงแค่โค้งหัวเป็นเชิงขอโทษเท่านั้น ในขณะที่จุนฮยองต้องเชิดหน้าทำเป็นไม่สนใจกับคนที่เดินมาชนไหล่

 

เฮ้อ....

ลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อกลุ่มผู้ชายที่ไล่ตามเขาเริ่มถอยห่างออกไป จุนฮยองพยายามแทรกกลืนไปฝูงชนให้แนบเนียนที่สุดสายตาจับจ้องไปยังถนนใหญ่เพื่อมองหาทางรอด...

แปะ...

 

“เฮ้ย!มันอยู่นั่นไง”

เสียงที่ดังมาจากด้านหลัง ทำเอาจุนฮยองชะงักฝีเท้าไปชั่วขณะ สายตาไล่มองดูรอยเลือดที่หยดเป็นทางยาวอย่างอึ้งๆ ก่อนสองเท้าจะออกแรงวิ่งไปด้านหน้าทันที

ปัง! ปัง!

เสียงปืนอีกหลายนัดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฝูงชนต่างหวาดกลัวส่งเสียงกรีดร้องพร้อมกับหาที่หลบภัยกันจ้าละหวั่น นับเป็นโชคดีของจุนฮยองทีมีรถโดยสารประจำทางคันหนึ่งจอดเทียบฟุตบาทพอดี

ปัง!ปัง!

เสียงปืนไล่หลังมาอีกเมื่อรถดังกล่าวเคลื่อนตัวออกจากริมฟุตบาทไป คนในรถต่างตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในขณะที่จุนฮยองแทรกตัวไปหลบอยู่มุมหนึ่งเงียบๆ ใบหน้าที่เริ่มซีดเซียวจากการเสียเลือด ทำให้เจ้าตัวเลือกที่จะฉีกปลายเสื้อของตัวเองขึ้นมามัดบาดแผลไว้

“อ่ะ”

หลังจากปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับบาดแผลเสร็จแล้ว ศีรษะของร่างโปร่งก็ค่อยๆเอนซบไปที่กระจก จุนฮยองถอดถอนหายใจเล็กน้อย พลางครุ่นคิดถึงหนทางต่อจากนี้

ไปโรงพยาบาลมีหวังโดนตามล่าอีก...

กลับบ้านก็ไม่ได้...

 

พวกนั้นเป็นใครกัน...

ทำไมต้องตามล่าเรา...

 

ดูจุนนายอยู่ที่ไหน...

 

 

ติ๊ด!                                                                                                                                                                                                                                                                                 

เสียงกริ่งรถประจำทางที่หยุดจอด ทำให้จุนฮยองละความสนใจจากตัวเองเหลือบมามองด้านหน้ารถเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปที่เดิม นัยน์ตาเบิกกว้างช้าๆเมื่อความคิดบางอย่างแล่นเข้ามา

 

จริงสิ!...

เรากลับไปที่นั้นก็ได้นี่...

 

คิดถึงจัง...

 

 

จุนฮยองนายอยู่ที่ไหน...

 

ตีหน้าเครียด..เมื่อไม่ว่าจะขับรถไปดูที่ร้านของกิกวัง หรือแม้แต่ที่บ้านของจุนฮยองเอง  ก็ไม่เห็นวี่แววที่จะพบเจ้าตัวแม้แต่น้อย หนำซ้ำเวลาที่เริ่มโพล้เพล้ลงก็ยิ่งสร้างความกังวลให้กับเขามากขึ้น ดูจุนโยนโทรศัพท์ที่พยายามใช้ติดต่อกับคนที่หายไปอย่างหัวเสีย ก่อนจะหักพวงมาลัยออกจากตรอกเพื่อเข้าสู่ถนนใหญ่

 

 

คนมุงอะไรกัน...

พึมพำกับตัวเองเล็กๆก่อนจะตัดสินใจจอดรถเทียบเข้าฟุตบาต ดูจุนเดินล้วงกระเป๋าทำทีเป็นไม่สนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในขณะที่ใบหูเปิดกว้างรับฟังเสียงความเห็นของผู้คนที่สนทนาไปมา

“น่ากลัวจริงนะเธอ”

“นั่นสิ มายิงอะไรกันแถวนี้”

 

ยิง....

“ขอโทษนะครับ พอดีผมผ่านมา ที่นี่เกิดอะไรขึ้นหรอครับ”

“อ๋อ..พอดีมีคนมาไล่ยิงกันที่นี่ค่ะ แต่คนร้ายตำรวจจับกุมได้แล้วนะคะ อยู่นั่นไง”

ดูจุนมองไปตามทิศทางที่หญิงสาวบอกเห็นเป็นผู้ชายใส่ชุดสีดำประมาณสองถึงสามคนถูกตำรวจจับกุม พร้อมกับตรวจอาวุธอยู่รอบๆ พิจารณาท่าทางของอีกฝ่ายอย่างสงสัยก่อนจะเบนกลับมาถามหญิงสาวในสิ่งที่เป็นกังวลมากที่สุด

“แล้วคนเจ็บล่ะครับ คือหมายถึงคนที่ถูกไล่ยิง เขา...”

“อ๋อ...เห็นเขาเล่ากันว่าหนีไปได้ค่ะ แต่เหมือนจะบาดเจ็บอยู่นะคะ”

ดูจุนพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ ก่อนจะกล่าวขอบคุณหญิงสาวและผละออกมา สมองประมวลผลอยู่นานสายตาจับจ้องมองชายชุดดำสามคนที่ถูกคุมตัวอย่างระแวง...

รู้สึกคุ้นหน้าอย่างบอกไม่ถูก...

“เอาล่ะ..ไปได้แล้ว”

เสียงตำรวจนายหนึ่งดังขึ้นพร้อมๆกับที่กระชากตัวคนร้ายขึ้นจากพื้น แขนเสื้อที่ถกขึ้นไปจนเห็นรอยสักแมงป่องดำ เรียกให้สัญชาตญาณดิบของดูจุนพลุ่งพล่านทันที

คนของกวังฮีมาทำอะไรที่นี่...

ไม่ปล่อยให้ความคิดเป็นเพียงสิ่งที่ล่องลอยในอากาศ ดูจุนสาวเท้าตรงไปหมายกระชากคอเสื้อเจ้าของรอยสักที่เขาเห็น แต่ตำรวจที่อยู่โดยรอบรีบเดินมาสกัดทางเขาไว้

“ไม่อนุญาตนะครับ...”

“ปล่อย”

“คงจะ..”

“กูบอกให้ปล่อยไง!!!!”

ตะหวาดเสียงดังจนทำเอาคนฟังหวาดผวา สีหน้าและแววตาดุดันทำเอาตำรวจในบริเวณนั้นไม่กล้าขยับตัว และดูเหมือนจะถอยห่างออกไปเมื่อผู้ที่มียศสูงสุด ณ ตรงนั้น จดจำใบหน้าของดูจุนได้

ยุนดูจุน...เจ้าพ่อมาเฟียผู้ทรงอำนาจ

“คะ..ครับ”

ลอบกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ก่อนจะถอยห่างออกมาจากตรงนั้น ดูจุนกระชากคอเสื้อลูกน้องกวังฮีมาอย่างแรง แววตาเรียบนิ่ง กับน้ำเสียงเย็นยะเยือกค่อยๆถ่ายทอดออกมา

“นายมึงสั่งให้มาตามล่าใคร…”

อีกฝ่ายไม่ตอบทำเพียงแค่ยิ้มเยาะให้คนถามอย่างถือดี ดูจุนเหวี่ยงร่างในมือไปกระแทกเสาอย่างแรงซ้ำๆจนคนโดนกระทำกระอักเลือดออกมา ฝ่ามือใหญ่กระชากเรือนผมของร่างในมืออย่างไร้ความปราณี แววตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ ในขณะที่น้ำเสียงที่เอ่ยถามเต็มไปด้วยความยะเยือก

“กูถามว่าใคร!!!!”

“...”

 

กวนตีนทั้งนาย..ทั้งลูกน้อง

ดูจุนแค่นยิ้มให้กับคนตรงหน้าเล็กน้อยก่อนจะเหวี่ยงร่างดังกล่าวลงพื้น พร้อมกับส่งแรงกระแทกที่ฝ่าเท้าซ้ำๆจนคนที่พื้นหมดสติไป ดูจุนก้มลงไปพลิกร่างใต้ฝ่าเท้าขึ้นมา ก่อนจะใช้มือข้างที่ถนัดควานหาอะไรบางอย่างภายใต้เสื้ออีกฝ่ายที่สวมใส่

 

เอี๊ยด......

“โทรบอกคนของเราให้เช็คโรงพยาบาลทุกแห่งว่ามีคนเจ็บชื่อยงจุนฮยองมารักษาไหม ถ้ามีให้ติดต่อฉันด่วน!”

รถสีดำสนิทถูกเจ้าตัวขับปาดออกมาทันทีที่เห็นรูปภาพในมือ ในขณะที่โทรศัพท์มือถือถูกต่อสายหาดงอุนอย่างรีบร้อน ดูจุนเหยียบคันเร่งสุดปลายเท้า ในขณะที่สายตากวาดส่องไปทั่วทิศทาง

“อ๋อ...เห็นเขาเล่ากันว่าหนีไปได้ค่ะ แต่เหมือนจะบาดเจ็บอยู่นะคะ”

 

อย่าเป็นอะไรเชียวนะจุนฮยอง...

 

.

.

.

ท่ามกลางเสียงฟ้าฝนที่เทกระหน่ำ เด็กชายตัวน้อยวัย 12 ปี ค่อยๆซุกตัวเองเข้ากับถุงขยะสีดำมากมายที่กองอยู่ กลิ่นเหม็นชืดที่ลอยคลุ้งออกมาทำร้ายโพรงจมูกคงไม่สาหัสเท่ากับความหนาวเย็นของอากาศในตอนนี้

เปรี้ยง!

เสียงฟ้าผ่าที่ดังขึ้นอยู่ไม่ไกล ยิ่งส่งผลให้เด็กน้อยซุกตัวเข้าหาไออุ่นมากขึ้น มือน้อยๆกอดเข่าของตัวเองไว้อย่างน่าสงสาร ใบหน้าที่ดูเกินวัยไปซักหน่อยก้มลงชิดขอบเข่าเพื่อหลบหยาดละอองน้ำฝนที่เทลงมา

จะมีสักกี่คนที่เหลียวแล...

เด็กชายตัวน้อยเหลือบตามองคนมากมายที่เดินผ่านมาทิ้งขยะพร้อมกับส่งสายสมเพชดูแคลนมาให้ เสื้อผ้าขาดรุ่ยกับร่างกายผอมโซเนื่องจากขาดอาหารมาหลายวัน บาดแผลตามร่างกายทั้งจากกิ่งไม้และคราบเขม่าปืนที่ยังไม่ได้รับการรักษา สภาพน่าสังเวชสุดๆของเด็กชายที่ไม่มีแม้หนึ่งความช่วยเหลือ

มนุษย์ก็แบบนี้นี่เอง....

 

ฮึก...

พยายามกลั้นหยาดหยดน้ำตาที่พาลจะไหลรวมกับสายฝน เขาคือทายาทมาเฟียรุ่นต่อไป ไม่ควรจะหลั่งน้ำตาให้กับเรื่องแบบนี้

นายต้องเข้มแข็งสิ...ยุนดูจุน

 

ย้ำกับตัวเองอีกครั้งก่อนจะซุกตัวลงที่หน้าขา ความโดดเดี่ยวท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำ ฤทธิ์ไข้ที่เริ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ความหนาวเหน็บที่เผชิญค่อยๆเกาะกินความเข้มแข็งลงไปเรื่อยๆ

แม่...

 

“ฮึก! แม่ครับ...”

 

“ผมหนาว...ผมหิว ฮึก”

 

หยาดน้ำตาที่เชื่อมั่นว่าเข้มแข็งเสมอค่อยไหลหยาดลงมา ความเลวร้ายที่เด็กชายวัยสิบสองได้พบเจอมันโหดร้ายเกินไป ยุนดูจุนหนีการไล่ล่าจากกลุ่มชายที่ไม่รู้จัก เสียงปืนมากมายดังสนั่นในขณะที่คนคุ้มครองเขาตายลงเรื่อยๆ สองเท้าเล็กๆพาเขาวิ่งจนมาถึงที่นี่

ไม่รู้ว่าคือที่ไหน...

รู้แต่มันมืดมิด...และมีที่ให้เขาหลับภัยได้

 

จะกองขยะหรืออะไรก็ตามแต่...สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือชีวิต

ชีวิตเพื่อกลับไปหาคนเป็นแม่ที่เขารัก...

 

ตุ๊บ!

เสียงกองขยะที่ดังกระทบพื้นไม่อาจเรียกความสนใจจากดูจุนได้ เด็กชายตัวน้อยก้มหน้าซุกอยู่ที่เข่าพยายามกลั้นเสียงสะอื้นที่อาจทวีความสมเพชในสายตาผู้พบเห็น

 “นี่นาย”

เสียงอ้อแอ้ที่ลอยแว่วเข้ามาในหู ทำให้ยุนดูจุนค่อยๆเงยหน้าสบตากับอีกฝ่าย เจ้าของร่างเล็กภายใต้กางเกงทรงโต เสื้อตัวโคร่ง ใบหน้าเรียวรูปไข่ ดวงตารูปอัลมอนต์ที่ติดจะหยิ่งนิดๆกับปลายจมูกโด่ง ริมฝีปากอวบอิ่มขยับขึ้นลง ในขณะที่เรียวนิ้วกระชับร่มในมือแน่น

“มองทำไม คนเรียกทำไมไม่ขาน...”

“...”

“หรือว่าเป็นใบ้”

ยุนดูจุนไม่ตอบจ้องมองเด็กหนุ่มอายรุ่นราวคราวเดียวกับเขาอย่างระวัง เด็กหนุ่มผู้มาใหม่ค่อยๆย่อตัวลง ใบหน้ารูปไข่เอียงคอมองไปมา นัยน์ตาไล่กวาดสำรวจรูปลักษณ์ภายนอกของเด็กชายแปลกหน้าอย่างสนใจ

“ตัวมีแผลด้วยนี่”

“...”

“งั้นไป!”

ยืดตัวขึ้นพลางยื่นมือมาหาคนที่นั่งอยู่ด้วยสายตาเรียบๆ ยุนดูจุนมองมือเล็กๆที่ถูกยื่นมาให้สลับกับมองใบหน้าของเด็กหนุ่มด้วยความรู้สึกหลากหลาย ความช่วยเหลือที่ถูกหยิบยื่นมาอย่างไม่รู้ตัว...ทำให้ดูจุนวางตัวไม่ถูก

“เอ้า...จะนั่งบื้ออยู่ทำไม นี่จะบอกอะไรให้พ่อฉันน่ะเป็นหมอที่เก่งที่สุดในแถบนี้เลยนะ”

“...”

“มาเหอะน่า”

อวดสรรพคุณคนเป็นพ่ออย่างภูมิใจก่อนจะเผยยิ้มกว้างออกมา ดูจุนมองยิ้มสดใสของคนตรงหน้าอย่างอึ้งๆ มือคู่น้อยเอื้อมไปสัมผัสกับมือของอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัว ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผิวที่สัมผัส ช่วยให้หัวใจที่เหี่ยวแห้งเติบโตขึ้นมาได้อีกครั้ง

ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร...

ไม่รู้ว่าเชื่อใจได้แค่ไหน..

 

แต่แค่เพียงได้เห็นหน้า...

ได้เห็นรอยยิ้ม...

ได้สัมผัสเพียงฝ่ามือ...

 

ความอบอุ่นที่ได้รับมันช่าง...

หวานหอมเหลือเกิน...

 

“นี่นายจะเรียกฉันว่า...”

 

.

.

“หึ”

ฝ่ามือค่อยๆไล่สัมผัสไปยังกำแพงที่แสนคุ้นเคย รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาจางๆเมื่อภาพวันวานในวันเก่าหวนคืนกลับมา ยุนดูจุนเดินแหวกกองขยะไปยังที่ที่เขาเคยนั่งอยู่ ภาพของเด็กชายตัวน้อยที่นั่งจุ้มปุ๊กกอดเข่าตัวเอง ส่งเสียงร้องเรียกหาแม่

คนเข้มแข็งที่ไม่เคยเข้มแข็งจริงๆเสียที...

 

สถานที่แห่งนี้ยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง...

กำแพงเก่าๆกับกองขยะมากมาย....

รวมถึงสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน...

 

“ใช่นายจริงๆใช่ไหม”

เปล่งเสียงเบาในขณะที่ย่อตัวลงช้าๆ ยุนดูจุนนั่งขัดสมาธิลงที่พื้น ใบหน้าหล่อเหลาก้มงุดลงพลางหลับตาเพื่อนึกถึงภาพวันเก่าๆ...

“อุตส่าห์ได้เจอกันแล้วเชียว...”

เอ่ยสั้นๆก่อนจะปล่อยให้ความเงียบเข้ามากัดกิน ร่างสูงค่อยๆชันเข่าขึ้นพลางใช้สองแขนโอบรัดมันไว้จนแน่น ใบหน้าหล่อเหลาเอนซบลงกับหน้าขา ก่อนจะปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลรินไปสายฝน

“...”

 

“ฉันไม่สน....”

 

“ไม่ว่านายจะเป็นใคร...”

 

“แค่ขอกลับคืนมาได้ไหม...”

 

 

“คิดถึง...”

 

“คิดถึง..จนทนไม่ไหวแล้วจริงๆ”

 

ยุนดูจุนกอดเข่าปล่อยให้น้ำตาไหลไปกับสายฝนที่เทลงมา...ความรู้สึกอ้างว้าง และโดดเดี่ยวท่ามกลางความหนาวเหน็บในวันวานกำลังกัดกินหัวใจเขาช้าๆ

 

“นี่นาย....”

 

 

END EPISODE 18

 

________________________________________________________________________________

TALK!< ::

๐และแล้วตอนที่ 18 ก็จบลงจนได้...

๐ถ้าบ่นว่าตอนนี้สั้นไม่แปลกใจหรอก...๕๕๕

๐อ่า...มีเรื่องจะบอกแหละเนอะ รู้สึกว่านักอ่านเราจะหายไปเยอะ

๐เหมือนย้ายจากบทล.ไปเด็กดี...

๐เราขอนะคะ อ่านแล้วอยากให้เม้น เพราะมันคือกำลังใจของนักเขียนจริงๆ

๐บางทีเราก็เฟลๆไม่อยากอัพ ไม่อยากเขียน มันเหมือนฟิคเราไม่สนุกแล้วสินะ

๐กลายเป็นเรื่องสามเรื่องที่คิดจะเขียนต่อ ไม่อยากเขียนไปด้วยเลย

๐อ้า...ขอบคุณแบนเนอร์สวยๆจากพี่ฟองด้วยน้า @YongFong1219

๐ไม่มีอะไรจะบ่นล่ะ ถ้าว่างเดี๋ยวมาอัพเพิ่ม

๐จริงสิ..จากที่ว่าปิดเทอมแล้วเราจะมีเวลาเขียน เปล่าเลย....

๐13-16 เราไม่ว่างมีธุระไปตามผู้ชายด้วย ๕๕ ใครไปคอนยกมือขึ้น!!

๐ส่วน 20-27 เรามีไปค่ายของทูบีนัมเบอร์วันเลยไม่อยู่ยาว คงไม่ได้เขียน

๐ถ้ามาช้าหรือจบไม่ทัน...สัญญานะว่าจะอยู่กันไปเรื่อยๆ

๐สำนวนไม่ดี เขียนไม่เข้าใจ ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะคะ แนะให้ปรับปรุงได้เลย

๐เจอกันตอนหน้านะทุกท่านนนนนนน

๐ขอบคุณที่เสพฟิคนะคะ คึคึ

๐ปย๊ง!!

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet