[FIC] べPAINKILLER - 19

posted on 09 May 2013 02:48 by dooduporpoa in FIC

Title : PAINKILLER

Couple : DuJun x JunHyung

Status : LONG FIC

Author : DooDuPorPoa

Author’s Note : ฟิคเรื่องที่สามแล้ว ! เย้...ลัดคิวจากพล็อตอีกเรื่องหนึ่งซึ่งตั้งใจให้เป็นฟิคยาว เพราะรูปของสองหนุ่มมันช่าง แอร้ย!! มาเฟียเหลือหลาย จนอดใจไม่ได้ ต้องลงไม้ลงมือ(?)ยำออกมาเป็นฟิคฉะนี้แล... คำเตือนฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหารุนแรงเหมาะกับเด็กตั้งแต่อายุ 17 ขึ้นไปเพราะถ้าเรทสูงกว่านั้น ปอก็จะอ่านไม่ได้ คิคิ

 

 

EPISODE 19

 

“แล้วนายล่ะชื่ออะไร” 

“...”          

“อ๋อ...ลืมว่าเป็นใบ้ งั้นฉันจะย้ำชื่อตัวเองอีกครั้งนะ ฉันชื่อ ยงแจซุน” 

ยงแจซุนงั้นหรอ...

เป็นชื่อที่แปลกดีแหะ...

 

ยุนดูจุนไม่ตอบทำเพียงแค่พยักหน้ารับกับคำพูดของอีกฝ่าย แจซุนกระชับฝ่ามือน้อยในมือไว้แน่น ก่อนจะแบ่งร่มของตัวเองให้อีกฝ่ายพลางออกแรงเดินนำหน้าไป

“พ่อฉันเป็นคุณหมอที่ดังที่สุดในแถบนี้เลยล่ะ ทั้งใจดี ทั้งรูปหล่อ คลินิกคุณยง ใครๆเขาก็รู้จักกันทั้งนั้นน่า อย่าบอกนะว่านายไม่รู้จัก...”

 

จะรู้จักได้ไง...ไม่ใช่คนแถวนี้ซะหน่อย

 

“เออ..ฉันก็ลืมไปว่านายมันใบ้กิน ไม่เป็นไรๆ งั้นนายฟังที่ฉันเล่าก็ได้...นี่นะ ฉันจะบอกว่า..”

 

เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กหนุ่มตรงหน้ายังคงดังต่อเนื่องไปตลอดเส้นทาง ในขณะที่ดูจุนเอาแต่เงียบและเฝ้ามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสดใสนั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย

 

“นี่ไง...ถึงบ้านฉันแล้ว”

 

สี่เท้าน้อยๆเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง เป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นกำลังพอดีที่มีสวนหย่อมเล็กๆให้พอพักหย่อนใจ ประตูรั้วสีเทาถูกมือน้อยผลักเข้าไปช้าๆ ร่างของแจซุนเดินนำเขาผ่านประตูไม้สีครีมอ่อน ก่อนจะทะลุไปยังตัวบ้านด้านใน รอยคราบน้ำฝนที่เปรอะไปทั้งตัวของดูจุน ค่อยๆหยดไหลไปตามเส้นทางที่เขาเดินผ่าน

“พ่อครับ...”

ชายหนุ่มวัยประมาณสามสิบต้นๆหันกลับมามองเสียงน้อยของลูกชาย พลางทอดยิ้มอย่างอ่อนโยนในขณะที่ดูจุนได้แต่ทำตัวลีบ เกร็งร่างไปทั้งร่าง เพราะกลัวอีกฝ่ายจะดุที่เขาทำบ้านเลอะเทอะ

“หืม...แล้วนั่นพาใครมาด้วยล่ะ”

“เด็กคนนี้เขาบาดเจ็บมาครับพ่อ...ผมแค่อยากให้พ่อช่วย...”

“....”

“ช่วยทำแผลให้เขาได้ไหมครับ”

แจซุนบีบมือที่ประสานกันอยู่เล็กน้อยๆเพื่อให้อีกฝ่ายคลายกังวล น้ำเสียงอ้อแอ้เอ่ยบอกคนเป็นพ่ออย่างออดอ้อน ในขณะที่ชายหนุ่มระบายยิ้มบาง พลางย่อตัวเสมอศีรษะลูกชาย

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ พ่อเป็นหมอนะ...หน้าที่ของหมอก็ต้องรักษาคนไข้สิ”

เอ่ยเสียงทุ้มนุ่มพลางยื่นมือไปขยี้ศีรษะลูกชายอย่างเอ็นดู ภาพที่เห็นเต็มไปด้วยความอบอุ่นตลบอบอวลไปด้วยความรัก ชนิดที่ดูจุนไม่อาจทนดูต่อไปได้

เพราะสิ่งเหล่านี้...เขาไม่เคยได้รับมันอีกเลย

 

“ชื่ออะไรล่ะเรา”

“เขาเป็นใบ้ครับพ่อ...”

คุณหมอยงทำหน้าประหลาดใจทันทีที่ได้ยินคำบอกเล่าของบุตรชาย มือใหญ่เอื้อมไปสำรวจบาดแผลของเด็กชายตัวน้อยอย่างเบามือ

“งั้นเดี๋ยวขึ้นไปบนเตียงนะ...เดี๋ยวหมอรักษาให้”

ระบายยิ้มบางเพื่อหลอกล่อ ก่อนจะยกหน้าที่พาคนไข้ให้บุตรชาย ยงแจซุนประคองดูจุนไปที่เตียงพยาบาล พร้อมทั้งหาเก้าอี้เพื่อให้อีกฝ่ายปีนขึ้นไปโดยง่าย

“พ่อครับ...แล้วแบบนี้จะรู้ได้ไงว่าเขาป่วยเป็นอะไร พูดก็ไม่ได้ อย่างงี้จะถามอาการยังไง”

ตะโกนถามคนเป็นพ่อพลางลากเก้าอี้มาเท้าคางมองอีกฝ่ายอย่างเซ็งๆ มือนิ่มเอื้อมไปจับแขนของคนไข้ขึ้นมาดู ก่อนจะวางลงที่เตียงอย่างแผ่วเบา ในขณะที่คุณหมอยงส่ายหน้าให้กับลูกชายด้วยความเอ็นดูพลางหันหลังกลับมาเตรียมอุปกรณ์

“แจซุนอ่า...คนไข้ตัวร้อนไหม”

 

“ร้อนไหม...?”

ทวนคำถามของคนเป็นพ่ออย่างแผ่วเบา ก่อนจะจ้องมองคนไข้ตรงหน้าตาแป๋ว ยุนดูจุนจ้องตอบอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะเป็นฝ่ายเบิกตากว้าง เมื่อยงแจซุนโน้มตัวเอาหน้าผากของตัวเองมาชิดกับเขา ดวงตารูปอัลมอนด์กับจมูกโด่งๆ เรือนแก้มนวลกับริมฝีปากอวบอิ่มน้อยๆ องค์ประกอบบนใบหน้าที่จัดสรรได้อย่างน่ารัก อยู่ใกล้เพียงปลายจมูกเท่านั้น

“ร้อนครับพ่อ”

ผละออกไป ก่อนจะหันไปตอบคนเป็นพ่อเสียงใสพลางหันกลับมามองคนไข้ตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ยุนดูจุนค้างตะลึงอยู่อย่างเดิม นัยน์ตาชั้นเดียวกระพริบถี่เมื่อโดนจู่โจมแบบไม่คาดคิด

“งั้นเราไปบอกแม่ทำกับข้าวให้พ่อหน่อย เอาผ้าเช็ดผมมาด้วยนะ”

“ได้ครับ”

ตอบรับเสียงดังก่อนจะทิ้งตัวลงเก้าอี้ไป คุณหมอยงที่หันกลับมาเห็นอาการคนไข้กระพริบตาปริบๆก็หลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย ก่อนลำขายาวๆจะก้าวมาตรวจอาการคนไข้

“เดี๋ยวหมอจะล้างแผลให้นะครับ พอทำแผลเสร็จ เราก็ไปทานข้าวจากนั้นก็กินยาที่หมอเตรียมไว้ให้ ทานยาเม็ดได้ใช่ไหม”

น้ำเสียงอ่อนโยนกับสัมผัสที่เบามือทำเอาดูจุนเคลิ้มตามจนเผลอพยักหน้ารับอย่างไม่รู้ตัว ในขณะที่คนเป็นหมอเอาแต่ยิ้มละมุนพลางทำแผลให้อีกฝ่ายอย่างตั้งใจ

“นอกจากตัวร้อนแล้ว...มีอาการปวดหัวไหม”

ไถ่ถามอาการเล็กน้อย ในขณะที่คนไข้ก็เอาแต่พยักหน้ารับกับส่ายหน้าเท่านั้น คุณหมอยงยิ้มละมุนที่มุมปากนิดๆ ก่อนจะจัดยาชุดเตรียมให้อีกฝ่าย

“ดีแล้วล่ะที่เราทานยาเม็ดได้ ไม่เหมือนเจ้านั่นทานได้แต่ยาน้ำ”

‘เจ้านั่น’ที่ถูกพูดถึงในประโยคสนทนา ถูกแนะนำผ่านสายตาของคุณหมอ ซึ่งดูจุนก็เมียงมองตามจนไปหยุดอยู่ที่ยงแจซุน...ซึ่งกำลังวุ่นอยู่กับอุปกรณ์ทำครัวด้วยตัวคนเดียว

“อ้าว...แล้วทำไมไม่ให้แม่มาทำ”

“ก็แม่กับฮยอคซุนไปต่างจังหวัดกับพวกป้าๆ พ่อนั่นแหละลืมหรือไง”

“เออแหะ...งั้นเรามานี่ เดี๋ยวพ่อทำเอง”

“เรื่องอะไรล่ะ...ไข่เจียวผมจะเสร็จแล้วนะ”

“เออน่า”

แจซุนตีหน้ายู่ ก่อนจะเดินสวนกับคนเป็นพ่อที่พุ่งมาในครัว ร่างเล็กในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งเดินไปคว้าผ้าผืนเล็กสีขาวพาดที่ไหล่ ก่อนจะปีนเก้าอี้ขึ้นไปนั่งขนาบกับคนไข้ด้านบน

“หันหลังมาดิ”

ดูจุนมองคนออกคำสั่งอย่างงุนงง ก่อนจะถูกมือนิ่มออกแรงพลิกตัวเขาไปอีกทาง แจซุนชันเข่าขึ้นพลางพาดผ้าที่ไหล่ไปไว้ศีรษะคนด้านหน้า มือคู่น้อยออกแรงขยุ้มเนื้อผ้าให้เสียดสีกับเรือนผม ซับให้น้ำที่เกาะตามเรือนผมออก

“ท่าทางพ่อไม่ต้องจ้างพยาบาลที่ไหนแล้วล่ะมั้ง มีลูกชายพยาบาลดี ดูแลคนไข้เป๊ะขนาดนี้”

คนเป็นพ่อเอ่ยแซวเล็กน้อย เมื่อเหลือบมาเห็นลูกชายที่เลี้ยงมาตั้งแต่เกิดบรรจงเช็ดผมให้คนไข้ตัวน้อยอย่างเบามือ แจซุนไม่ตอบเพียงแต่ส่งเสียงจิ๊ปากเป็นเชิงไม่พอใจแทน

“มาๆกินข้าว”

แจซุนละมือที่เช็ดผมออก มือน้อยวางผ้าผืนเล็กไว้ที่เตียง ก่อนจะออกแรงดึงให้ดูจุนลงจากเตียงไปทานข้าวพร้อมกัน แม้จะมีท่าทีอิดออดเล็กน้อยในตอนแรก แต่ด้วยความหิวที่สะสมมาตลอดทั้งวันก็ ทำให้ดูจุนเดินตามไปได้ไม่ยาก

กินอิ่มไปหลายจาน..โดนแจซุนหัวเราะแซวไปหลายหน ก่อนที่ดูจุนจะโดนเจ้าของเสียงหัวเราะนั้นลากกลับมาที่เตียงพยาบาลอีกครั้ง ยาสองสามเม็ดถูกยื่นไปตรงหน้าพร้อมกับน้ำหนึ่งแก้ว

“กินสิ”

ดูจุนส่ายหน้าพัลวันเมื่อเห็นเม็ดยาที่ถูกยื่นมาให้ แจซุนถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะวางถาดยาไว้ที่เดิมพลางลากเก้าอี้มาปีนนั่งเสมอกับคนบนเตียง

“จะกินดีๆหรือให้ป้อน”

ขู่เสียงแข็ง พลางใช้สายตาเป็นตัวช่วยอีกทาง ดูจุนถอยร่นไปชิดกำแพงในขณะที่แจซุนเขยิบตัวมาใกล้มากขึ้น

“ได้...”

ทิ้งไว้เพียงคำสั้นๆ ก่อนจะยัดยาในมือลงปากตัวเอง สองมือดึงร่างตรงหน้าเข้ามาใกล้ พลางประกบริมฝีปากเล็กๆเข้าหากัน ลิ้นหนาดันเอาเม็ดยาที่อยู่ในปากผ่านไปหาเรียวลิ้นของอีกคน ความขมปรือของยาทำให้จุนฮยองรีบละออก ก่อนจะกระดกน้ำในแก้วขึ้นดื่มจนหมด

“อี๋! โคตรขมเลย”

ดูจุนค้างตะลึงไปหมดเมื่ออยู่ดีๆก็ถูกจู่โจมจากคนเดิมถึงสองครั้ง แถมยังเป็นจูบครั้งแรกของเขากับผู้ชายอีกด้วย อึ้งได้ไม่นานความข่มเปร่าที่ปลายลิ้นก็ทำประสาททุกส่วนตื่นตัว ดูจุนโบกไม้โบกมือเป็นเชิงขอน้ำดื่ม ในขณะที่แจซุนก็เอาแต่สนใจอาการของตัวเอง

“นะ...น้ำ”

เปล่งเสียงอย่างยากลำบาก ในขณะที่คนฟังหันกลับมามองอย่างอึ้งๆ

“เฮ้ย!ก็พูดได้นี่หว่า”

วินาทีนั้นยุนดูจุนไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เด็กชายกระโดดลงจากเตียงพยาบาลมุ่งไปที่ห้องครัวเพื่อหาน้ำดับกระหาย ในขณะที่แจซุนมองตามอีกฝ่ายอย่างงงๆ

 

“สรุปนี่ไม่ได้ใบ้หรอ....”

 

 

“นี่นาย...”

 

น้ำเสียงคุ้นเคยที่ลอดผ่านโสตประสาท...ส่งผลให้ดูจุนค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย ผู้ชายภายใต้ร่มคันใหญ่ ใบหน้ารูปไข่ กับริมฝีปากที่เป็นเอกลักษณ์ รอยเลือดตรงแขนซ้ายที่มีเศษผ้าพันอยู่ ร่างโปร่งที่เขาตามหา คนที่เขารอคอยมาทั้งชีวิต...

 

“จุนฮยอง...”

“ดะ..ดูจุน มึงมาอยู่ที่นี่ได้ไง”

 

นัยน์ตาเบิกกว้างเมื่อมองเห็นคนที่ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ ร่างสูงที่ดูทรงอำนาจอยู่เสมอ บัดนี้กลายเป็นแค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ที่นั่งคุดคู้ท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำ แววตาเศร้าสร้อยกับคราบน้ำตาที่เปรอะบนใบหน้า ทำให้จุนฮยองอดจะยื่นมือไปด้านหน้าไม่ได้

 

“แล้วนั่นบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

 

ดูจุนระบายยิ้มบางพลางยื่นมือไปประทับกับอีกฝ่าย จุนฮยองออกแรงดึงเล็กน้อยเมื่อดูจุนพยุงตัวเองขึ้นมาได้เอง ร่างโปร่งกระชับฝ่ามือของร่างสูงที่เย็นเฉียบไปด้วยน้ำฝนอย่างเป็นห่วง มือข้างที่ถือร่มเอื้อมไปใกล้ดูจุนมากขึ้น ในขณะที่ดูจุนก็เอาแต่เงียบและเดินไปตามแรงดึงตรงฝ่ามือ

 

“กูตกใจมากเลยนะที่เจอมึงที่นี่...”

“...”

“เดี๋ยวเราไปบ้านกูกัน...ฝุ่นมันอาจจะเยอะไปหน่อย เพราะไม่ได้อยู่ตั้งเจ็ดปีแหนะ แต่พวกเครื่องมือที่ใช้รักษาก็น่าจะพอมีอยู่ อ่ะ..ถึงแล้ว”

 

บ้านที่ควรจะทรุดโทรมไปตามกาลเวลา สวนหย่อมที่ควรจะรกไปด้วยวัชพืช กลับดูสะอาดตาเหมือนเจ็ดปีก่อนไม่มีผิด จุนฮยองมองภาพที่เห็นอย่างตื่นตะลึง ในขณะที่ดูจุนอมยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

 

“ไม่เข้าไปล่ะ”

“เดี๋ยว...กูว่ากูพามึงมาผิด”

ดูจุนไม่ฟังคำทัดทานของจุนฮยองแม้แต่น้อย ร่างสูงกระชับมือของอีกฝ่ายแน่น ก่อนจะออกแรงเดินนำเข้าไปด้านใน ประตูไม้สีครีมที่ยังคงเหมือนเก่า เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่ยังคงสะอาดเอี่ยมอ่องราวกับมีผู้อยู่อาศัย ไม่ใช่ถูกทิ้งร้างมาถึงเจ็ดปี

 

“อืม...งั้นมึงไปนั่งรอกูที่เตียงก่อนนะ เดี๋ยวกูทำแผลตัวเองเสร็จจะไปทำแผลให้มึง”

 

ดูจุนเดินไปที่เตียงอย่างว่าง่าย ในขณะที่จุนฮยองเดินไปที่ตู้เก็บยาที่ตั้งอยู่ที่เดิมไม่ผิดเพี้ยน กระปุกยารวมถึงอุปกรณ์ทำแผลมากมาย ดูใหม่และสะอาดเอี่ยมอ่องราวกับถูกเปลี่ยนใหม่ก่อนการหมดอายุ จุนฮยองคว้าแอลกฮอลล์พร้อมสำลีเพื่อทำการล้างแผล

“อะไรดูจุน...”

อ้อมกอดอุ่นๆที่โผมาจากด้านหลังทำเอาจุนฮยองชะงักมือที่กำลังล้างแผลอยู่ ดูจุนวางคางลงบนไหล่ขวาของจุนฮยอง นัยน์ตาทรงเสน่ห์ปิดสนิทในขณะที่ริมฝีปากไม่เอื้อนเอ่ยคำใดออกมา จุนฮยองเหลือบตามองคนด้านหลังที่ทำตัวผิดปกติอย่างนึกแปลกใจ ก่อนที่ลมหายใจแผ่วๆจะถอนออกมา

“ดูจุนปล่อย..จะทำแผล”

“เดี๋ยวทำให้”

ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่จุนฮยองสัมผัสได้ว่าเสียงที่เปล่งออกมานั้นสั่นแปลกๆ ดูจุนคลายอ้อมกอด ก่อนจะเดินอ้อมมาหยิบอุปกรณ์ทำแผลให้อีกฝ่ายอย่างบรรจง จุนฮยองลอบมองเสี้ยวหน้าของคนทำแผลที่ตั้งใจเกินไปอย่างระแวง เพราะตลอดเวลาที่ทำแผลดูจุนไม่ยอมสบตาเขาเลย

“เสร็จแล้วล่ะ มึงไปรอที่เตียงเถอะ เดี๋ยวกูหาอุปกรณ์อีกชุดไปทำให้”

“ไม่เป็นไร...ไม่ได้มีแผลอะไร”

“อืม...”

จุนฮยองไล่สายตาสำรวจคงตรงหน้าที่ยังคงไม่เงยหน้ามาสบตาเขาอย่างถี่ถ้วน พิจารณาอีกเล็กน้อยก่อนที่เรือนผากใสจะโน้มไปสัมผัสกับเรือนผากของอีกคนอย่างแผ่วเบา

“แต่ตัวมึงร้อนๆเหมือนจะมีไข้ ยังไงก็ทานยาก