[FIC] べPAINKILLER - 20

posted on 09 May 2013 02:49 by dooduporpoa in FIC

Title : PAINKILLER

Couple : DuJun x JunHyung

Status : LONG FIC

Author : DooDuPorPoa

Author’s Note : ฟิคเรื่องที่สามแล้ว ! เย้...ลัดคิวจากพล็อตอีกเรื่องหนึ่งซึ่งตั้งใจให้เป็นฟิคยาว เพราะรูปของสองหนุ่มมันช่าง แอร้ย!! มาเฟียเหลือหลาย จนอดใจไม่ได้ ต้องลงไม้ลงมือ(?)ยำออกมาเป็นฟิคฉะนี้แล... คำเตือนฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหารุนแรงเหมาะกับเด็กตั้งแต่อายุ 17 ขึ้นไปเพราะถ้าเรทสูงกว่านั้น ปอก็จะอ่านไม่ได้ คิคิ

 

EPISODE 20

 

“ฮยอคซุนอา....”

น้ำเสียงตื่นตระหนกในขณะที่ร่างโปร่งรีบสาวเท้าก้าวมาประชิดเตียง ฮยอคซุนหรือจุนซองที่นอนอยู่บนเตียงระบายยิ้มบางให้คนเป็นพี่เล็กน้อย ในขณะที่จุนฮยองไล่มือสัมผัสไปยังรอยเฝือกที่ขาของน้องชาย

“เจ็บมากไหม...”

จุนซองยิ้มจางๆพลางส่ายหน้าเป็นคำตอบ จุนฮยองไล่กวาดสายตามองร่างกายของน้องชายด้วยความเป็นห่วง นอกเหนือจากขาขวาที่ต้องใส่เฝือกแล้ว รอยแทงตรงใต้ซีกโครงกับรอยช้ำที่ปรากฏอยู่ทั่วร่างกายก็สะท้อนให้เห็นว่าภายในคงบอบช้ำไม่น้อย

“นิดหน่อยน่าฮยอง..โอ้ย! ดีนะที่แม่ไม่อยู่บ้านพอดี”

เอ่ยตอบคนเป็นพี่ก่อนจะร้องโอดโอยเมื่อรอยเขียวคล้ำตรงบริเวณริมฝีปากยังคงเด่นชัด สายตาเหลือบไปมองคนเป็นแม่ที่ยืนอยู่อีกฝั่งของเตียง ใบหน้าของคุณนายยงดูซีดเซียวและหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“แม่ครับ...ไม่เป็นอะไรแล้วนะครับ พวกเราปลอดภัยแล้ว”

จุนฮยองเดินอ้อมเตียงมาอีกฝั่ง ก่อนจะดึงตัวมารดาเข้ามาในอ้อมกอดพลางเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงนุ่ม คนเป็นแม่กวาดมือไปโอบรอบลูกชาย นัยน์ตาที่อ่อนโยนอยู่เสมอค่อยๆสั่นไหว

“คนร้ายล่ะ..”

“จับตัวไว้ที่โถงใต้ดินครับ”

ดูจุนที่ยืนกอดอกมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องพยาบาลเงียบๆเอ่ยขึ้น ในขณะที่ดงอุนหันมาตอบคนเป็นนายอย่างสุภาพ ร่างสูงหันหลังกลับไปเตรียมเดินออกจากห้อง แต่เสียงเรียกของจุนฮยองก็ดังขัดขึ้นมาซะก่อน

“เดี๋ยว...นั่นมึงจะไปไหน”

“จะไปดูคนร้ายไง”

 

“เอ่อ...”

ดูจุนหันกลับไปตอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในขณะที่จุนซองมองบุคคลมาใหม่ด้วยท่าทีเหรอหรา จุนฮยองลอบกลืนน้ำลายเล็กๆก่อนจะเอ่ยแนะนำตัวดูจุน

“อ๋อ..นี่เจ้านายพี่เอง ยุน...คุณยุนดูจุน ส่วนนั่นน้องชายกู ยงฮยอคซุน”

“เปลี่ยนชื่อแล้วเถอะ ยงจุนซองครับ ยินดีที่ได้รู้จักคุณยุนดูจุน”

“ไม่ต้องเรียกคุณหรอก เรียกดูจุนฮยองก็ได้”

ดูจุนทอดยิ้มอบอุ่นไปให้คนที่อยู่บนเตียง ในขณะที่จุนซองเองก็โค้งตัวลงนิดๆก่อนจะฉีกยิ้มกว้างให้กับเจ้านายพี่ชาย จุนฮยองมองท่าทีสนิทชิดเชื้อที่รวดเร็วเหลือเกินอย่างหมั่นไส้ ก่อนสองเท้าจะพาตัวเองไปคั่นระหว่างสายตาคนทั้งคู่

“กูไปด้วย”

ดูจุนมองสายตามาดมั่นของร่างโปร่ง ก่อนจะถอดหายใจเล็กน้อย ร่างสูงยักไหล่เป็นเชิงตามใจ ก่อนที่จุนฮยองจะยิ้มกว้างพร้อมกับหันไปบอกลาคนเป็นแม่ พลางรีบขยับสองเท้าก้าวให้ทันดูจุนที่เดินนำออกมาก่อน

 

 

สภาพบ้านที่ไม่เหลือเค้าโครงเดิมแม้แต่น้อย เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นในบ้านถูกทำลายจนเหลือแต่ซาก กรอบรูปที่เคยแขวนอย่างเป็นระเบียบตกแตกระเนระนาดไร้ทิศทาง ภาพที่เห็นทำเอาจุนฮยองกำหมัดแน่น ในขณะที่ใบหน้าเรียบนิ่งไม่แสดงความรู้สึกใดๆ

“คิดซะว่าถือโอกาสซื้อใหม่ไปล่ะกัน จุนฮยอง”

ดูจุนเดินมาตบบ่าร่างโปร่งที่เอาแต่ยืนนิ่งกวาดสายไปรอบๆ ความเงียบที่ดูน่ากลัวผิดปกติ เฉกเช่นฟ้าสีทองก่อนพายุจะมา จุนฮยองเดินเบี่ยงตัวหลบเศษซากเฟอร์นิเจอร์ และเศษกระจกที่กระจัดกระจายอยู่ที่พื้นอย่างระวัง สองขาค่อยๆย่อลงเพื่อก้มเก็บรูปที่เขาแสนหวงแหน...

คุณหมอยง...

“ดูจุน...มึงพากูไปหาไอ้พวกสารเลวนี่ที!!!”

 

 ผลัวะ!

“ไอ้กวังฮีส่งมึงมาทำไม”

ดูจุนซัดไปหนึ่งหมัดก่อนจะมุ่งไปกระชากคอเสื้อเป้าหมายขึ้น ใบหน้าที่อิ่มอวมไปด้วยบาดแผล นัยน์ตาที่เริ่มเลื่อนลอยจากสติที่คงไม่อยู่ แต่ถึงกระนั้นชายดังกล่าวก็ไม่ยอมเปิดปากเอ่ยออกมา ดูจุนเหลือบมองไปทางจุนฮยองที่ยืนกอดอกพิงกำแพงที่มุมหนึ่งของโถงใต้ดิน สีหน้าเรียบนิ่งยากต่อการเดาอารมณ์ทำเอาดูจุนรู้สึกอึดอันไม่น้อย

ถึงจะเป็นจุนฮยอง...

แต่เขาเองก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นอะไรแบบนี้...

พอขอร้องให้ออกไป ก็ไม่ยอม....

 

“พอเหอะดูจุน..”

ท้ายที่สุดคนที่ยืนเงียบอยู่ตลอดเวลาก็เอ่ยออกมา จุนฮยองคลายมือที่กอดอกลง ก่อนสองเท้าจะก้าวเดินไปขนาบค้างดูจุน นัยน์ตาอัลมอนต์ปราดมองผู้ชายที่ทำร้ายน้องชาย รวมถึงบ้านของเขาด้วยแววตาเรียบนิ่ง ดูจุนถอยหลังมาหนึ่งก้าวเมื่อรับรู้ได้ถึงความต้องการของจุนฮยอง

 

ผลัวะ!

“นี่สำหรับที่พวกมึงยิงกู”

 สันปืนสีดำพาดเข้าที่ใบหน้าของชายหนุ่มจนแน่นิ่งไป จุนฮยองปรายตามองนิ่งๆ ในขณะที่ดูจุนหันกลับไปมองปืนที่ควรจะเหน็บอยู่ที่เอวอย่างงงๆ สายตาเหลือบไปส่งซิกให้ลูกน้องพยุงร่างที่ใกล้ไร้วิญญาณขึ้นมา

 

“และก็นี่สำหรับที่มึงไม่ยอมบอกความจริงกับพวกกู”

ผลัวะ!

สันปืนกระแทกเข้าอีกซีกหน้าของชายหนุ่ม จุนฮยองแค่นยิ้มปรายตามองอีกฝ่ายอย่างโหดเหี้ยม ก่อนที่ข้อมือขาวจะเอื้อมไปกระชากหนังศีรษะของคนด้านล่างขึ้นมา

 

“และก็นี่สำหรับที่มายุ่งกับครอบครัวกู”

ปัง!

กระสุนหนึ่งนัดถูกฝังลงบนกลางหน้าผากของคนร้าย รอยยิ้มเย็นยะเยือกค่อยๆฉายบนใบหน้านวลของจุนฮยอง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำเอาทุกคนในห้องต่างก็ลอบกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก  จุนฮยองทิ้งแขนไว้ข้างลำตัว ก่อนจะเดินหันหลังกลับมา พลางโยนปืนในมือให้ดูจุนชนิดที่เจ้าตัวรับแทบไม่ทัน

“ขอบคุณที่ให้ยืม..แล้วก็”

“...”

“รอที่รถนะ..อย่าช้า”

“ครับ”

เผลอตอบรับอย่างสุภาพแบบไม่รู้ตัว เมื่อแววตาเย็นยะเยือกกับน้ำเสียงเรียบนิ่งของจุนฮยองดูทรงอำนาจอย่างประหลาด ดงอุนมองสภาพเจ้านายที่ยืนกระพริบตาปริบๆรับปืนในมืออย่างทุลักทุเล ก็อดจะขำออกมาไม่ได้ ในขณะที่ลูกน้องคนอื่นก็มีท่าทีไม่ต่างกัน

“ขำอะไรกัน ไอ้พวกนี้!”

“กำลังนึกถึงสำนวนนี้พอดีครับ”

“...”

“เหนือฟ้ายังมีฟ้า...”

“เหนือสามีก็ยังมีภรรยา...”

ประโยคที่ฮยอนซึงเอ่ยสำทับต่อจากดงอุนนั้น เรียกเสียงหัวเราะครื้นเครงจากคนในห้องได้ไม่น้อย ดูจุนยืดอกปรายตามองดุไปที่ลูกน้องแต่ละคน ซึ่งยังคงมีแววตาแวววับราวกับสนุกที่ได้เห็นเขาเป็นอย่างงี้ แต่ยังไม่ทันได้วางอำนาจตามประสาคนเป็นมาเฟีย เสียงอ้อแอ้ที่ลอยตามมาจากทางด้านหลังก็ทำให้ขายาวๆของดูจุนต้องรีบก้าวออกไปโดยไว

“มัวแต่ทำไรอยู่...บอกแล้วไงว่าอย่าช้า”

“ครับๆจะไปเดี๋ยวนี้แหละ ฝากไว้ก่อนเถอะ”

ประโยคสุดท้ายไม่วายหันไปมองเขม่นบรรดาลูกน้อง ซึ่งก็มีแกนนำอย่างดงอุนและฮยอนซึงทำหน้าที่ตีหน้าเนียนราวกับไม่รู้ในความนัยของดูจุนที่ส่งมา แผ่นหลังของนายที่เริ่มหายไปจากสายตา ทำให้บรรดาลูกน้องเริ่มทำการจัดการเคลียร์พื้นที่ทันที

“ศพนี่เอาไงครับคุณดงอุน...”

“ส่งไปให้นายมัน...”

“งั้นนายจัดการที่นี่ไปนะดงอุน เดี๋ยวฉันตามไปอยู่กับดูจุนก่อน เผื่อเกิดอะไรไม่ชอบมาพากล”

“ครับ ฮยองไปเถอะเดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเอง...”

 

“จุนฮยอง...นี่จะรีบอะไรนักหนา”

“ดูจุน...ที่กูคิดนะ...กูว่าเรากำลังโดนมันเบี่ยงความสนใจ”

“ห๊ะ”

คำอธิบายของจุนฮยองที่ทำเอาเครื่องหมายคำถามลอยเต็มหน้าดูจุนไปหมด จุนฮยองถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะลากตัวดูจุนไปนั่งประชันหน้าที่โซฟา

“มึงคิดดูนะ...กูจะมีความแค้นอะไรกับกวังฮี”

“ก็อาจจะเรื่องที่กูให้มึงช่วยไง...”

“ก็เพราะเรื่องนั้นนั่นแหละที่ทำให้กูคิดอะไรดีๆออก”

“ยังไง”

“ดูจุน...มึงคิดดูนะ วันนั้นมึงบุกไปช่วยกู...ไอ้กวังฮีมันก็คงคิดว่ากูสำคัญกับมึงมากๆ”

“เออ..ก็สำคัญจริงๆไม่ใช่ไง”

“มึงอย่ามาเลี่ยนตอนนี้ได้ไหม...กูจริงจังอยู่นะ”

จุนฮยองตีหน้ายุ่งพลางถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะหันมาจับแขนดูจุนไว้แน่น

“เพราะมันคิดว่ากูสำคัญกับมึง และกูก็เป็นคนธรรมดาที่ไม่มีอำนาจอะไร ดังนั้นถ้ามันหันมาเล่นงานกูจะเป็นเรื่องง่ายกว่าโจมตีมึง...”

“แล้ว?”

“แล้วพอเกิดเรื่องกับคนสำคัญ เป็นธรรมดาป่ะที่มึงต้องใส่ใจ และคอยเฝ้าระวังคนนั้นเป็นพิเศษมากขึ้น”

“ก็ใช่...”

“นั่นแหละ พอเป็นอย่างนั้นปุ๊ปก็เข้าล็อคมันเลย”

“จุนฮยองมึงช่วยพูดให้กูเข้าใจง่ายๆหน่อยได้ป่ะ เอาแบบที่ฟังแล้วกูเก็ทเลย...”

“โถ...ไอ้โง่!!! ก็ไอ้ที่มันตามหาแทบตายมันคืออะไรเล่า!!”

“...สมุดปกดำ”

“ใช่!สมุดปกดำ!! และมึงที่เอาแต่สนใจเรื่องกู จะเป็นไปได้หรอที่จะไม่ละหลวมในการป้องกันมัน...”

“บร๊ะ!เมียกูนี่ฉลาดจริงๆ มาหอมแก้มเป็นรางวัลมา”

“เวลาอย่างงี้ยังจะมาทะลึ่งอีกนะมึงอ่ะ...ไปช่วยกันตรวจสอบดีกว่า...เผื่อจะมีเบาะแสอะไรบ้าง”

จุนฮยองผลักศีรษะดูจุนที่โน้มมาเตรียมฟัดแก้มเขาเต็มที่อย่างรำคาญ ร่างโปร่งหยัดตัวขึ้น ก่อนจะเริ่มลงมือค้นหาตามจุดต่างๆ ในขณะที่ดูจุนมองท่าทีของคนรักด้วยรอยยิ้ม

“อ่ะแฮ่ม...ให้ช่วยกันหานะครับ ไม่ใช่ให้มานั่งยิ้ม...”

“นายก็อย่าพูดมากน่า..ใต้ลิ้นชัก ตรงซอกลึกๆนั่น อย่าลืมดูให้ดีล่ะ...จางฮยอนซึง”

เจ้าของชื่อส่ายหัวน้อยๆ ก่อนจะก้มลงตามที่ดูจุนบอก มือเรียวไล่แตะไปใต้ลิ้นชักดังกล่าว ใบหน้าที่ติดจะสวยไปซักหน่อยเอนมองลอดด้านใต้อย่างรอบคอบ

“เอ๊ะ...”

“มีอะไรหรือเปล่า...ฮยอนซึง”

“เปล่า...ทางนี้ไม่มีอะไร”

ฮยอนซึงหันไปตะโกนตอบดูจุนที่อยู่อีกฟากหนึ่งก่อนจะเบนกลับมา ใบหน้าที่เคยเรียบสงบฉายแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด เมื่อมองสิ่งที่อยู่ในมือ

เมล็ดกาแฟ....

 

“กิกวัง...”

“อ้าว...ฮยอนซึงวันนี้กลับไวจัง”

กิกวังหันกลับไปยิ้มกว้างต้อนรับคนรักที่พึ่งกลับมา ฮยอนซึงส่งยิ้มจางๆไปให้ในขณะที่คนตัวเล็กกว่าเดินมาช่วยเขาถอดชุดสูทออก หลังจากเกิดเรื่องวุ่นๆที่ดงอุนมาเค้นถามเขาเรื่องจุนฮยองแล้ว กิกวังกับฮยอนซึงก็ได้มีโอกาสปรับความเข้าใจกันถึงอาการหึงหวงที่แต่ละฝ่ายแสดงออกชัดเจน ทำให้ทั้งสองฝ่ายสามารถตอบรับความรู้สึกของคนรักได้ไม่ยาก

“นายมีอะไรจะบอกฉันไหม...”

กิกวังเอียงคอมองคนหน้าสวยที่อยู่ดีๆก็เอ่ยถามเขาขึ้นมา รอยยิ้มเอกลักษณ์ค่อยๆฉีกกว้าง ในขณะที่ใบหน้าเรียวเล็กส่ายหน้าแทนคำตอบ ฮยอนซึงเบนหน้าหลบรอยยิ้มที่ได้รับ นัยน์ตาหลุบต่ำลงเพื่อใช้ความคิด

อย่าใจอ่อน...จางฮยอนซึง

 

“วันนี้นายไปทำอะไร...ที่ไหนมา...”

“ฉันก็อยู่ทำร้านกาแฟนี่ไง...”

“....กิกวัง ฉันจะถามนายอีกครั้งว่าไปไหนมา”

“ฉันก็ตอบไปแล้วไง...ฮยอนซึงนายเป็นอะไรเนี้ย”

“...ฉันจะถามนายอีกครั้งว่าไปไหนมา!!!”

“ทำไมต้องขึ้นเสียงด้วยล่ะ! ก็ฉัน...”

“ฉันถามฮยอนอามาแล้วว่าวันนี้นายไม่เปิดร้าน...”

“...”

“กิกวัง นายทำแบบนั้นทำไม นายเป็นใครกันแน่”

“ฮยอนซึงนายพูดเรื่อง...อะไร”

ท้ายเสียงดูเบาหวิวไปถนัดตา เมื่อร่างสูงตรงหน้าชูเมล็ดกาแฟค้างไว้ ใบหน้าตื่นตระหนกของกิกวังยิ่งตอกย้ำให้ฮยอนซึงรู้สึกผิดหวังมากขึ้น

“หรือที่นายมาสนิทกับฉัน...มาทำเหมือนรักฉันก็เพราะเหตุผลนี้!!!”

“ไม่ใช่นะฮยอนซึง”

กิกวังผวากอดคนรักทันที เมื่อฮยอนซึงตะคอกใส่เขาพร้อมทั้งเตรียมเดินออกไป ฮยอนซึงพยายามควบคุมสติไม่ให้อาละวาดไปซะก่อน ลมหายใจแผ่วๆค่อยถอนออกมา

“งั้นก็บอกฉันมาว่าทำทำไม...”

“....”

“กิกวัง...ถ้านายไม่ยอมบอกฉัน ฉันก็ไม่มีทางเลือกนะ...”

“....”

“โธ่เอ้ย!บอกให้บอกไงเล่า!!! ฉันไม่อยากจะส่งนายให้ดูจุน! ไม่อยากให้นายมีจุดจบแบบ...”

“บอกไม่ได้...”

“...”

“ฮึกๆ ฉันบอกไม่ได้!!!”

กิกวังตะหวาดก้องก่อนจะปล่อยให้น้ำตารินไหล สองขาที่เคยหยัดยืนค่อยๆทรุดลงที่พื้น ฮยอนซึงมองคนรักที่ทรุดไปทั้งน้ำตาด้วยความรู้สึกสงสาร ร่างสูงค่อยๆย่อตัวลงเสมอก่อนจะบรรจงเช็ดคราบน้ำตาให้อีกฝ่าย

“กิกวัง...บอกมาเถอะ อย่างน้อยก็ให้ฉันมั่นใจว่าฉันไม่ได้ถูกหลอกใช้”

“ไม่..ไม่เกี่ยวกับนายฮยอนซึง”

“...”

“...ตะ..แต่...ฉันไม่มีทางเลือก”

“กิกวังมองตาฉัน...”

เสียงเข้มๆของฮยอนซึงดังขึ้น ในขณะที่สองมือประคองหน้าคนรักขึ้นมา หยาดใสที่คลอเบ้าค่อยๆถูกคนตรงหน้าปาดออกอย่างบรรจง กิกวังจ้องมองลึกไปในดวงตาฮยอนซึงที่ระบายยิ้มบางมาให้

“นายต้องเชื่อใจฉัน...ไว้ใจฉัน...”

“...”

“เพราะไม่ว่าเหตุผลของนายจะคืออะไร ฉันก็ไม่มีวันทิ้งนายอย่างเด็ดขาด”

“ฮยอนซึง...”

“เพราะงั้นกิกวัง...บอกฉันนะ”

มีเพียงความเงียบตอบกลับมา กิกวังปิดตาลงเพื่อครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ในขณะที่ฮยอนซึงรอคอยคำตอบอย่างใจเย็น

“ป๊ะป๊าฉัน...เขาเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทที่ฮวังกวังฮีเป็นเจ้าของ”

“ฮวังกวังฮี...”

สารเลว...

“ฉันก็ไม่รู้รายละเอียด รู้เพียงแค่ป๊ะป๊าต้องการสิ่งที่พวกนั้นเรียกกันว่า...สมุดปกดำมาก็เท่านั้น ป๊ะป๊าบอกว่ามันจะเป็นทางรอดเดียวสำหรับครอบครัวฉัน และถ้าไม่ได้...กวังฮีจะถอนหุ้น...และครอบครัวฉันจะถูกฟ้องล้มละลาย...”

“กิกวัง...นี่นายพยายามจะเอาสมุดปกดำไปให้พวกนั้นงั้นหรอ!!”

“...”

“นายรู้ไหม ว่าสมุดนั่นมันสำคัญมากแค่ไหน!! ใครต่อใครต่างก็เสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องมัน!”

“ไม่รู้!ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้นล่ะฮยอนซึง!!! ฉันรู้แค่ว่าฉันต้องทำเพื่อครอบครัวฉันเอง!! ชีวิตฉัน...ไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่าครอบครัวหรอกนะ...นายเข้าใจไหมฮยอนซึง นายเข้าใจไหม!!”

ส่งเสียงร้องโวยวายพร้อมๆกับหยาดน้ำตาที่ไหลริน ร่างเล็กสั่นโคลนไปตามแรงสะอื้นในขณะที่ฮยอนซึงค่อยๆโอบกอดคนรักอย่างแผ่วเบา มือเรียวลูบเรือนผมของอีกฝ่ายราวกับปลอบประโลม

“ฉันเข้าใจ...ไม่ร้องนะกิกวัง”

เอ่ยเสียงทุ้มหวังให้คนฟังสบายใจในขณะที่สีหน้าของตนเองนั้นเต็มไปด้วยความกังวล...

 

หรือนี่คือทางที่เขาต้องเลือก...

 

******** PAINKILLER *********

 

“ไปดูจุน เสร็จแล้วกลับบ้านกัน”

“แล้วอาการน้องมึงเป็นไง”

“ก็ดีขึ้นแล้ว...”

หลังจากเยี่ยมจุนซองพร้อมทั้งพูดคุยกับคนเป็นแม่อีกเล็กน้อย ประตูห้องพยาบาลก็เปิดออก พร้อมๆกับที่จุนฮยองเดินมาเอ่ยกับดูจุน ดูจุนหันไปถามไถ่อาการน้องเมียสักนิดก่อนจะพยักหน้ารับช้าๆเป็นเชิงรับรู้

“เออ...ดูจุน ฉันว่าพวกเราแวะทานข้าวกันเลยไหม”

ฮยอนซึงที่รับหน้าที่เป็นคนขับรถเหลือบถามดูจุนที่นั่งแกล้งจุนฮยองอยู่ที่เบาะหลัง ยุนดูจุนชะงักมือที่เตรีนมแกล้งคนข้างตัวค้างไว้ ก่อนจะใช้สายตาส่งไปให้แทน

“กลับไปกินบ้านก็ได้มั้ง ฉันรู้สึกเหนื่อยๆอยากพัก”

“งั้นก็...”

“แต่ฉันว่าเรากินข้างนอกดีกว่านะ จะได้ไม่ต้องเก็บกวาดให้ยุ่งยาก ไหนๆก็ผ่านมาแล้วฉันรู้จักร้านอาหารอร่อยๆแถวนี้ พอสมควรเลยล่ะ”

ฮยอนซึงรับขัดขึ้นมาก่อนที่ดูจุนจะได้เอ่ยสรุป น้ำเสียงกับรอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นมานานของฮยอนซึง ทำเอาดูจุนลังเลอยู่พักใหญ่ จุนฮยองยกมือขึ้นกอดอกปรายตามองดูจุนนิ่งๆ ในขณะที่ฮยอนซึงก็พยายามชี้ไม้ชี้มือแนะนำร้านอาหารตลอดเส้นทาง

“เอ่อ...จุนฮยอง ฉันว่าเรากินกันข้างนอกดีกว่านะ กินเสร็จจะได้กลับไปพักเลย”

“เหอะ...”

“มึงอย่ามาหันหน้าหนี แล้วถอนหายใจใส่กูดิว่ะ”

จุนฮยองไม่สนใจคำพูดของดูจุน ใบหน้านวลหันไปมองกระจกริมหน้าต่าง ปล่อยให้ดูจุนส่งเสียงเง้างอนอยู่ลำพัง ฮยอนซึงเหลือบมองคนทั้งคู่ผ่านกระจกหลัง ก่อนจะลอบถอนหายใจเบาๆ

ขอโทษ...

 

“โคตรอิ่มอ่ะ...”

“....”

หลังจากทานข้าวกันเสร็จเรียบร้อย จุนฮยองก็เดินเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มพร้อมบ่นถึงท้องที่เต็มเบาๆ ในขณะที่ดูจุนซึ่งเดินตามเอาแต่ยิ้มที่มุมปาก และไม่เอ่ยอะไร

“เงียบทำไมอ่ะมึง”

“ฮยอนซึง...เดี๋ยวนายไปตามดงอุนให้มาพบฉันที่ห้องลับเราด้วยนะ”

“นายจะไปห้องนั้นทำไม...”

“เดี๋ยวก็รู้...”

 

“จากเหตุการณ์ครั้งก่อน ฉันได้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกตัวที่ติดตั้งในเพนท์เฮาส์แห่งนี้ ปรากฏว่ามีบางอย่างผิดแปลกไป....ภาพมันดูสงบจนเหมือนกับถูกหยุดไว้ให้เป็นแบบนั้นมากกว่า...”

“นายจะบอกผมว่า มีคนแฮคเข้ามาในฐานความปลอดภัยเรางั้นหรอครับ”

“อาจจะไม่ได้โดนแฮค...แต่มีหนอนบ่อนไส้ซะมากกว่ามั้ง”

ดูจุนเน้นคำในท้ายประโยคอย่างชัดๆ ก่อนจะเดินมาทิ้งตัวลงที่เก้าอี้ว่างตรงข้ามจุนฮยอง พลางยกเรียวขาวยาวยกขึ้นพาดอีกฝั่งของขอบโต๊ะ จุนฮยองมีท่าทีสงบ ในขณะที่ซนดงอุนมีท่าที่สนใจเป็นพิเศษ

“นายกำลังสงสัยใครกันแน่ครับ...”

“เพราะไม่รู้จะสงสัยใครไง...ฉันถึงได้แอบติดกล้องวงจรตัวใหม่โดยไม่ได้บอกใคร และที่เรียกมาที่นี่ก็เพื่อให้มาเป็นสักขีพยาน”

“ทำยังกับจัดงานแต่งงาน..”

“ซนดงอุน...มันใช่เวลาเล่นไหม”

คนเป็นเจ้านายปรายตาดุลูกน้องคนสนิทเล็กน้อย ก่อนจะกดรัวนิ้วลงที่แป้นคีย์บอร์ด ในขณะที่ภาพใหม่ปรากฏขึ้นแทนที่จดดำ

“เอ่อ...ฉันว่าพวกนายคิดมากกันไปเองนะ พวกเราอยู่กันมาตั้งนานไม่น่ามีหนอนบ่อนไส้หรอก”

“นายเป็นอะไรฮยอนซึง...มีอะไรหรือเปล่า”

“เปล่า”

ดูจุนเพ่งสายตาไปยังคนหน้าสวยที่อยู่ดีๆก็ลุกขึ้นมาบังจอไว้ ในขณะที่ฮยอนซึงตอบปฏิเสธและพยายามรักษาสีหน้าให้ปกติที่สุด

เหอะ...คิดแล้วว่าต้องมีอะไร

“ถ้าไม่มีก็หลบ...”

ดูจุนครุ่นคิดในใจเมื่อนึกไปถึงสีหน้าแปลกๆของฮยอนซึงในวันนั้น ฮยอนซึงลอบกลืนน้ำลายเล็กน้อยก่อนจะเดินเบี่ยงหลบไป

!!!

ภาพจากกล้องวงจรปิด ทำเอานัยน์ตาของจุนฮยองเบิกกว้าง ร่างเล็กที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ พร้อมกับสมุดสีดำเล่มหนาในมือนั้นเป็นหลักฐานมัดตัวได้อย่างดีว่าต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมดคือใคร..

อีกิกวัง...

ผู้ชายที่มีรอยยิ้มสดใสอยู่เสมอ...

ตาสีน้ำตาลอ่อนตวัดเหลือบมองเจ้าของเรือนผมสีแดงที่พยามควบคุมสีหน้าให้เป็นปกติ ยงจุนฮยองรู้ดีว่าจางฮยอนซึงต้องรู้เรื่องนี้มาก่อนแน่

มิน่า...ตอนแรกถึงไม่อยากให้พวกเขาเปิดกล้องวงจรปิดกันนัก

“อีกิกวัง...”

“ไม่ใช่...คนที่สั่งให้อีกิกวังทำคือฉันเอง”

สองตาที่หลุบต่ำเพื่อสยบอารมณ์ตวัดมองเจ้าของเสียงเรียบที่เอ่ยมาจากริมฝีปากนั่นทันที นัยน์ตาทั้งสองสบกันราวกับสื่อความหมายบางอย่าง

แน่นอนสิ่งที่พวกเขาทำนั่นคือการปกป้องคนสำคัญของกันและกัน

คนรัก…

เพื่อนรัก...

แม้สุดท้ายอาจจะกลายเป็นทำร้าย

เพื่อนรัก…

และคนรัก

ด้วยเช่นกัน...

เสียงเรียบๆที่แสนคุ้นเคยนั่นราวกับหยุดทุกสรรพสิ่งรอบตัวดูจุนให้หยุดลง นัยน์ตาสีนิลที่มักทรงอำนาจและนิ่งเฉยอยู่เสมอเบิกกว้างมองอีกฝ่ายราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน มือใหญ่คว้าแขนบางทั้งสองข้างไว้เต็มมือ แรงอารมณ์รวมถึงความโกรธที่ปะทุมาจนขีดสุดแผ่ซ่านผ่านรอยบีบที่เค้นอย่างหนักหน่วง จุนฮยองมองตอบสายตานั่นด้วยแววตาเรียบนิ่ง ความผิดหวังที่เอ่อล้นจนปิดไม่มิดผ่านดวงตาคู่สวยที่เขาหลงใหลเสน่ห์ของมัน ทำเอาอกซ้ายกระตุกวูบ เหมือนชาไปทั้งร่าง

ใช่...เขากำลังเจ็บกับรอยบีบที่ดูจุนฝากไว้ให้

แต่ความเจ็บของเขาคงเทียบไม่ได้กับความเจ็บของยุนดูจุน

รอยเจ็บ...ที่เขาฝากประทับไว้จนถึงภายในใจ

ใช่...เขารู้ดี แต่ก็ยังเลือกจะทำมัน

 

“หึ...คิดจริงๆหรอว่ากูจะลืมสิ่งเลวร้ายที่มึงทำกับกูได้”

“จุนฮยอง...”

“ใช่ดูจุน...นี่คือการแก้แค้นของกู!”

 


END EPISODE 20

________________________________________________________________________________

TALK!< ::

๐และแล้วตอนที่ 20 ก็จบลงไป คย๊ากกก++

๐ดราม่าไหม ดราม่าไหม คิกคิก

๐ตอนต่อไปขออนุญาตเสิร์ฟช้าเนื่องจากติดภารกิจ

๐อีกประมาณ 2-3 ตอนน่าจบเรื่องนี้อย่างอวสานแล้วนะคะ

๐เราตั้งใจจะรวมเล่มนะคะ ฟิคแบ่งเป็นสองเล่ม รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบอีกที

๐น่าจะเปิดพรีประมาณปลายเดือนเม.ย. คนที่อยากได้ก็เก็บเงินกันไว้เน้อ

๐ใครสนใจอ่ะขอให้ยกมือขึ้น ฮิ้วววว

๐น่าจะพรุ่งนี้เราจะเอาเรื่องย่อเรื่องใหม่ทั้งสามมาให้เลือกนะคะ ว่าอยากอ่านอันไหนก่อน

๐สำนวนไม่ดี เขียนไม่เข้าใจ ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะคะ แนะให้ปรับปรุงได้เลย

๐เจอกันตอนหน้านะทุกท่านนนนนนน

๐ขอบคุณที่เสพฟิคนะคะ คึคึ

๐ปย๊ง!!

 

Comment

Comment:

Tweet