[FIC] べPAINKILLER - 21

posted on 09 May 2013 02:53 by dooduporpoa in FIC
 

Title : PAINKILLER

Couple : DuJun x JunHyung

Status : LONG FIC

Author : DooDuPorPoa

Author’s Note : ฟิคเรื่องที่สามแล้ว ! เย้...ลัดคิวจากพล็อตอีกเรื่องหนึ่งซึ่งตั้งใจให้เป็นฟิคยาว เพราะรูปของสองหนุ่มมันช่าง แอร้ย!! มาเฟียเหลือหลาย จนอดใจไม่ได้ ต้องลงไม้ลงมือ(?)ยำออกมาเป็นฟิคฉะนี้แล... คำเตือนฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหารุนแรงเหมาะกับเด็กตั้งแต่อายุ 17 ขึ้นไปเพราะถ้าเรทสูงกว่านั้น ปอก็จะอ่านไม่ได้ คิคิ

 



EPISODE 21

 

ภายในห้องสี่เหลี่ยมสีทึบที่มีเพียงแสงนวลจากหลอดไฟขนาดพอดี ซึ่งตั้งอยู่เหนือโต๊ะทรงกลมบริเวณกลางห้อง แสงสว่างเล็กๆที่ส่องพอให้เห็นถึงลายเส้นแต่ละลายที่บรรจงลากผ่านจากขอบโต๊ะมายังจุดกึ่งกลาง กระสุนปืนหกนัดพร้อมกับปืนลูกโม่เปล่าถูกวางอยู่ ณ ตรงนั้น ผิวของกระจกใสที่ถูกนำมาเป็นวัสดุของโต๊ะทรงกลมสะท้อนใบหน้าที่ยากคาดเดาอารมณ์ของทั้งสองฝ่ายไว้

“หยิบปืนสิจุนฮยอง กูให้โอกาสมึงเลือก...ระหว่างความเป็นและความตาย”

“...”

“ถ้าโลกนี้เลือกที่จะให้มึงมีชีวิตต่อ กระสุนนัดแรกก็คงไม่คร่าชีวิตมึงไปซะก่อน”

จุนฮยองทอดตานิ่งมองเจ้าของเสียงเย็นยะเยือกที่เอ่ยกับเขาอย่างไร้ความปราณี มือขาวเอื้อมไปหยิบปืนตรงกลางโต๊ะขึ้นมา ก่อนจะสุ่มหยิบกระสุนหนึ่งนัดสอดเข้าลูกโม่ ปลายนิ้วผลักตัวโม่เข้าสู่ตำแหน่ง ก่อนจะจรดลำกล้องเข้ากับขมับขวาของตัวเอง

“นี่คือเส้นทางที่กูเลือก...ดูจุน”

เปรยเสียงเรียบในขณะที่ใช้เรียวนิ้วจรดเข้าที่ไกปืน ดูจุนมีสีหน้าเจ็บปวดเล็กน้อย มองจุนฮยองที่ปิดตาลงเพื่อเตรียมลั่นไกในมือ

“....”

 

กริ๊ก…

เสียงนกสับลั่นในขณะที่ตัวเขาไม่มีร่องรอยอะไร จุนฮยองเบิกตาขึ้นเปิดโม่ออกพร้อมกับเขย่ากระสุนด้านนัดแรกให้หลุดออกมา กระบอกปืนถูกเลื่อนกลับไปที่กลางโต๊ะ ในขณะที่คนเฝ้าดูเหตุการณ์ในห้องต่างก็รู้สึกโล่งใจ

 “หึ”

ดูจุนแค่นหัวเราะเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าปืนลูกโม่ขึ้นมา กระสุนหนึ่งนัดถูกเจ้าตัวเลือกพร้อมกับบรรจงใส่ลงไปในโม่และหมุนกลับเข้าสู่ตำแหน่ง นกสับถูกง้างออก ในขณะที่เรียวนิ้วจรดไกปืนค้างไว้

“งั้นนายก็รอดูผลลัพธ์จากทางที่นายเลือกละกัน จุนฮยอง...”

จุนฮยองไม่เอ่ยตอบอะไร ทำเพียงแค่สบตากับดูจุนที่มองมาที่เขาอย่างไม่หยี่ระ ดงอุนเหลือบมองคนเป็นนายที่หันลำกล้องเข้าสู่ขมับตัวเองอย่างไม่เข้าใจ ในขณะที่ฮยอนซึงทำเพียงแค่หลบสายตาเพื่อสะกดกลั้นจิตใต้สำนึกของตัวเอง

“....”

 

 

กริ๊ก...

เสียงนกสับลั่นในขณะที่กลไกปืนไม่ทำงาน กระสุนด้านถูกดูจุนหมุนโม่ออกมา พร้อมกับเขย่าให้กระเด็นลงพื้นโต๊ะจนเกิดเสียง จุนฮยองไม่เอ่ยอะไร ทำเพียงแค่ยื่นมือไปคว้ากระบอกปืนที่นอนอยู่กลางโต๊ะด้วยท่าทีเรียบนิ่ง

 

.

.

.

 

ความเงียบที่แสนอึดอัดแรงกดดันมากมายที่ทำใครต่อใครต่างก็ยิ้มไม่ออก จุนฮยองมีสีหน้านิ่งเฉย ในขณะที่ปลายนิ้วสั่นเล็กน้อยเมื่อตัดสินใจกดลั่นไกปืนออกไป

 

กริ๊ก...

และก็เป็นอีกครั้งที่ไกปืนไม่ทำงาน กระสุนด้านถูกจุนฮยองเคาะออกจนเกิดเสียงเช่นเดียวกับดูจุน ในขณะที่กระบอกปืนถูกเลื่อนไปอยู่กลางโต๊ะ คนเป็นมาเฟียไม่เอ่ยอะไรมือใหญ่เอื้อมไปคว้าปืนลูกโม่ขึ้นมา

 

“ไม่ว่าจะเกิดอะไร...”

“...”

“ไม่ว่าจะเป็นยังไง...”

“...”

“กูก็ยัง...”

 

หยุดคำพูดไว้แค่นั้น ในขณะที่สีหน้ามีท่าทีเปลี่ยนไป ดูจุนใช้สายตาจ้องมองจุนฮยองไว้อย่างเนิ่นนานราวกับต้องการซึมซับทุกรายละเอียดของใบหน้านี้ไว้ในความทรงจำ รอยยิ้มมุมปากที่ดูอบอุ่นเสมอทุกครั้งที่ได้รับค่อยๆถ่ายทอดผ่านใบหน้าหล่อเหลา ดงอุนเบือนสายตาหลบจากภาพที่เห็น ในขณะที่ฮยอนซึงมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

เพราะมึงเป็นแบบนี้ไงดูจุน...

กูถึงต้องทำแบบนี้...

 

“พอเถอะ...”

จุนฮยองเอ่ยเสียงเรียบในขณะที่ยืดตัวจนสุดความสูง เก้าอี้ที่ใช้นั่งถูกเลื่อนออกก่อนที่ปลายนิ้วของดูจุนจะได้ลั่นไกปืนเล็กน้อย

“ถ้าไม่คิดจะฆ่ากูจริงๆ ทีหลังก็อย่าเสียเวลา...”

“ย่าห์! ยงจุนฮยอง มึงจะไปไหน!!!”

ปืนในมือถูกวางลงในขณะที่ร่างของดูจุนโผเข้าหาจุนฮยอง กระสุนปืนจำนวนหนึ่งค่อยๆร่วงหล่นจากตัวของเขา หัวกระสุนที่ดูใหม่และแวววาว สะท้อนให้เห็นว่ากระสุนทั้งหมดไม่ด้านอย่างแน่นอน

ใช่..ดูจุนเลือกกระสุนด้านให้จุนฮยอง

ในขณะที่ตัวเองซ่อนกระสุนจริงไว้ใช้สับเปลี่ยนอย่างแนบเนียน...

 

และจุนฮยองเห็น จุนฮยองรู้...

รู้ว่าดูจุนไม่มีวันฆ่าเขาหรอก...

มันเป็นจุดอ่อนของดูจุน...ที่เขาขอหยิบยืมมาใช้

เพื่อช่วยชีวิตเพื่อนสนิทของตัวเอง....

 

จุนฮยองเหลือบตามองเป็นสัญญาณให้ฮยอนซึง ก่อนที่คนหน้าสวยจะกระโดดคว้าตัวเพื่อนสนิทที่พยายามจะใช้กำลังรั้งตัวจุนฮยองไว้ ดูจุนดิ้นสุดแรงเพื่อปลดพันธนาการ ในขณะที่แผ่นหลังที่แสนคุ้นเคยของร่างโปร่งก็ค่อยๆเลือนหายไปจากสายตา

.

.

.

“ฮยอนซึง นี่นาย!”

“ย่าห์!! ดูจุนนายต้องตั้งสติซะที อย่ามัวแต่บ้า!! ตอนนี้ถึงนายรั้งไปก็ไม่มีประโยชน์ นายต้องมีเวลาอยู่กับตัวเอง คิดทบทวนให้ดี ว่าอะไรคือสิ่งที่นายต้องการ ความตายงั้นหรอ นายแน่ใจอย่างงั้นแล้วใช่ไหม!!”

“นายไม่เข้าใจฉันหรอกฮยอนซึง...”

“ดูจุน...”

“ฉันยอมหมดลมหายใจ ดีกว่าต้องเสียจุนฮยองไป...”

นัยน์ตาเลื่อนลอย ในขณะที่สองขาทิ้งดิ่งลงที่พื้นอย่างคนหมดแรง ดูจุนไม่อาจซ่อนสีหน้าที่แสนเศร้าเอาไว้ได้ ฮยอนซึงเบือนสายตาออกจากภาพที่เห็น ตรงข้ามกับดงอุนที่ใช้สายจ้องมองอย่างพินิจ

 

******** PAINKILLER *********

 

ความสงสัยภายในใจของซนดงอุนนี้มันมากล้นเหลือเกิน ความสงสัยที่พาลให้เท้าขยับไปตามที่ใจคิด ร่างสูงหยุดยืนมองร้านกาแฟที่ครั้งหนึ่งเคยมีโอกาสเข้ามา มือใหญ่ถีบประตูที่ล็อคอยู่ให้พ้นทางก่อนจะสาวเท้าก้าวไปยังเป้าหมายอย่างรวดเร็ว

อีกิกวัง...

“นะ นายเข้ามาได้ยังไง”

ไม่พูดพร่ำทำเพลง สองมือใหญ่ตะปบเข้าที่คอเสื้อของอีกฝ่าย ก่อนจะกระชากและยกตัวอีกคนสูงขึ้น กิกวังสบตากับคนอีกคนด้วยสีหน้าแตกตื่น มือสั่นเทาไปหมด เมื่อคนตรงหน้าดูช่างน่ากลัวเหลือเกิน

นี่หรือมาเฟีย...

“บอกมา!! นายขโมยสมุดเล่มนั้นไปเพื่ออะไร!!”

นัยน์ตาที่มักหยีลงทุกครั้งที่มีรอยยิ้มเบิกกว้างอย่างปิดไม่มิด ความรู้สึกผิดและหวั่นกลัวไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เหงื่อท่วมไปทั้งตัวเมื่อนึกถึงชะตากรรมในอนาคต

พวกมาเฟียรู้แล้วว่าเขาเป็นคนทำ!

รู้ได้ยังไงกัน…

ฮยอนซึงเป็นคนบอกหรอ...

“หูหนวกหรือไง!! ฉันถามว่า..”

“กิกวัง!!!”

ฮยอนซึงถลาเข้ามากระชากตัวดงอุนออกจากกิกวังก่อนจะตามไปซัดหนึ่งหมัดให้สาสมกับสิ่งทีทำกับคนรักเขา กิกวังสูดลมหายใจเข้าออกอย่างถี่รัว

“อ๋อ...”

“...”

“ที่แท้ก็เป็นฮยองนี่เอง ผมว่าผมเดาออกแล้วล่ะว่าเกิดอะไรขึ้น..”

“...”

“ฮยอง!! ทำแบบนี้กับคนที่ขึ้นชื่อว่าเพื่อนรักได้ยังไง!!! ฮยองรู้ไหมว่านายจะเจ็บปวดแค่ไหนถ้ารู้ว่าเพื่อนคนสนิทที่เขาแสนไว้ใจ สุดท้ายเป็นคนที่...”

ฮยอนซึงหลุบตาต่ำลง เมื่อคำพูดของซนดงอุนเปรียบเหมือนมีดที่บรรจงกรีดบนหัวใจเขาช้าๆ

“โธ่เว้ย!”

หมัดลุ้นๆถูกปาดผ่านหน้าฮยอนซึงไปถึงกำแพงด้านหลัง เจ้าของเรือนผมสีแดงมองดูน้องชายที่สนิทกันมาตั้งแต่เด็กด้วยแววตาหลากหลาย

“ดงอุน...”

คนถูกเรียกสบถเป็นร้อยๆคำเมื่อไม่สามารถทำอะไรตามที่ต้องการได้ สองขาย่ำก้าวออกไปจากห้องนั้นโดยไม่มีแม้หางตาที่เหลือบมามองตามเสียงเรียก

ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไปแล้ว…

 

 

ปี๊ด!!!!!

ดงอุนตบเข้าที่พวงมาลัยรถจนเกิดเสียงดังไปทั่วบริเวณ ใบหน้าได้รูปที่มักแย้มยิ้มเสมอพิงเข้าที่คอนโทรลรถอย่างคนหมดแรง ภายในหัวของเขาตอนนี้มันสับสนไปหมด

ความรู้สึกกับเหตุผลนี่มันช่างแยกยากเหลือเกิน…

ดวงตาคู่สวยค่อยๆมีน้ำใสเอ่อล้นออกมา ความเครียดจากสิ่งที่รับรู้มันเกินกว่าที่คำพูดจะบรรยายได้ บางทีน้ำตาก็อาจเป็นคำตอบของความรู้สึกได้ดีกว่าในตอนนี้

ยุนดูจุน...นายเขาช่างน่าสงสารเหลือเกิน

ดงอุนไม่อาจบอกเรื่องที่ฮยอนซึงหักหลังให้ดูจุนได้ เพราะเขาอ่อนแอเกินไป...

อ่อนแอเกินกว่าที่จะทนเห็นหัวใจที่เขาแสนเทิดทูนบูชา ต้องร้าวรานไปกว่าที่เป็นอยู่…

แค่นี้หัวใจที่เหี่ยวแห้งของดูจุนก็บอบช้ำเกินพอแล้ว…

 

หากต้องมารับรู้เรื่องราวที่โหดร้ายนี้…

เขากลัวเหลือเกิน กลัวว่าหัวใจดวงนั้นมันจะแบกรับความเจ็บปวดไม่ไหว…

และสุดท้ายก็แตกสลายหายไป…

จนกลายเป็นคนไร้หัวใจที่สุด…

 

จุนฮฺยองเคยเรียกหัวใจที่ตายไปแล้ว ให้กลับมาเต้นอีกครั้ง…

และตอนนี้จุนฮยองก็กำลังทำร้ายหัวใจดวงนั้น ให้ค่อยๆตายไปอย่างช้าๆ…

 

“ฮยอนซึง...”

อีกิกวังโอบกอดคนรักจากด้านหลัง เมื่อเห็นอีกคนแน่นิ่งไปกับคำพูดของซนดงอุน อ้อมกอดอกอุ่นที่ช่วยบรรเทาจิตใจของฮยอนซึงได้บ้าง รอยยิ้มบางๆส่งต่อให้อีกคน เมื่อเห็นหยาดน้ำใสๆจาดดวงตาคู่สวยนั้น

“ขอโทษนะ...”

ฮยอนซึงปาดน้ำตาให้อีกคนอย่างแผ่วเบา ผมสีแดงสะบัดช้าๆพร้อมกับทอดยิ้มบางไปให้

“ไม่เป็นไร...ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะอยู่ข้างนาย”

กิกวังมองใบหน้าสวยที่ทอดยิ้มบางๆมาให้เขาผ่านม่านน้ำตาที่ทะลักเป็นสาย ร่างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อโผเขากอดฮยอนซึงแนบแน่น ริมฝีปากอวบอิ่มพร่ำบอกคำเดิมซ้ำๆว่า ขอโทษ...

“แต่ตอนนี้เราต้องหาวิธีก่อนนะกิกวัง...จุนฮยอง...เอ่อ”

“จุนฮยองทำไม...”

“จุนฮยอง...หมอนั่นออกรับผิดแทนนายไปแล้วล่ะ”

นัยน์ตาของกิกวังเบิกกว้าง เมื่อความจริงกำลังวิ่งตีแสกหน้าเขาอย่างจัง ร่างเล็กโผออกจากอ้อมกอดของคนหน้าสวย ฮยอนซึงมองใบหน้าของคนรักที่เต็มไปด้วยความหวั่นวิตก

“ไม่ได้นะฮยอนซึง...ให้จุนฮยองรับผิดชอบไม่ได้”

เอ่ยเสียงสั่นในขณะที่น้ำตามากมายไหลทะลักออกจากเบ้าตา ความจริงที่มาพร้อมกับความเจ็บปวด ทำเอากิกวังแบกรับสภาพไม่ไหว นัยน์ตาเลื่อนลอยพร้อมร่างที่ทิ้งตัวดิ่งลงที่ตักตัวเอง

นอกจากจะทำให้ฮยอนซึงแย่แล้ว...

จุนฮยอง...เพื่อนสนิทของเขา ก็ยังต้องมาแบกรับความผิดแทนเขาอีก...

 

อีกิกวังนายนี่มันแย่จริงๆ...

 

“กิกวังนายจะไปไหน...”

ฮยอนซึงฉุดข้อมืออีกฝ่ายไว้ทันที่ร่างเล็กถลาไปที่ประตู กิกวังกัดริมฝีปากตัวเองแน่น นัยน์ตากลอกไปมาด้วยความลังเล

“ฉันเป็นต้นเหตุฮยอนซึง...ฉัน..”

“...”

“ฉันต้องไปยอมรับความผิด ต้องไปยอมรับการกระทำของตัวเอง”

“ไม่ได้!!!!”

ฮยอนซึงตะหวาดเสียงดัง ก่อนจะโผเข้ากอดร่างเล็กไว้แน่น กิกวังออกแรงดิ้นพยายามสะบัดตัวเองให้หลุดจากพันธนาการ

“ฮยอนซึงปล่อย!”

“ไม่ปล่อย...ฉันไม่ยอมให้นายไป!!”

“แต่ฉันต้องไป! นั่นมันเพื่อนฉันนะ!”

กิกวังออกแรงดิ้น ออกแรงทุบ หวังให้คนที่กอดเขาไว้คลายอ้อมแขนออก ในขณะที่ฮยอนซึงมีสีหน้าเรียบนิ่ง สองแขนกอดรัดคนรักไว้แน่นราวกับไม่มีวันปล่อย แม้รอยแผลจากการกระทำของอีกฝ่ายจะสร้างความเจ็บให้เขาไม่ใช่น้อย

“ฮยอนซึง...ฮึก”

กิกวังปล่อยโฮอีกครั้ง เมื่อไม่ว่าจะทำยังไงคนสวยตรงหน้าก็ไม่ยอมปล่อยเขาไป กำปั้นเล็กออกแรงทุบไปที่อกของคนรักอย่างแผ่วเบาราวกับคนหมดแรง น้ำตามากมายไหลทะลักราวกับเขื่อนแตก

“ปล่อยเถอะฮยอนซึง...นั่นมันจุนฮยองนะ...เขาเป็นเพื่อนสนิทฉันนะ...นายไม่เข้าใจฉันหรอฮยอนซึง...”

“แล้วนายล่ะกิกวัง...นายเข้าใจฉันไหม”

“ฮยอนซึง...”

“ฉันยอมทรยศต่อเพื่อนสนิทของตัวเอง ยอมหันหลังให้กับคำสัญญาลูกผู้ชาย เพียงเพราะอยากให้ครอบครัวของนายปลอดภัย...”

“...”

“แล้วนายจะให้ฉันยืนนิ่ง มองดูนายเดินเข้าไปหาความตาย ทั้งๆที่ฉันเสียสละอะไรมากมายก็เพราะรักนายนี่นะ!!!”

“...”

“ดูจุนฆ่านายแน่กิกวัง!! เขาฆ่านายแน่!!”

กิกวังชะงักไปทันทีที่คำว่า ฆ่า หลุดออกมาจากปากฮยอนซึง นัยน์ตาของคนทั้งคู่สบกันราวกับต้องการสื่อความหมายบางอย่าง

“นายคงไม่คิดว่าจะฉันยืนนิ่ง มองดูนายถูกฆ่าเฉยๆหรอกนะ...”

“ฮยอนซึงนี่นาย...”

“ใช่...ฉันจะปล่อยนายไปก็ได้ แต่...นั่นหมายถึงฉันกับดูจุนจะไม่มีวันได้อยู่ร่วมโลกกันอีก”

“...”

“เพื่อนายแล้ว...แม้จะต้องฆ่าเพื่อนสนิทตัวเอง ฉันก็ต้องทำ!”

คำพูดมุ่งมั่น น้ำเสียงที่หนักแน่นทุกคำ ความจริงใจที่ถ่ายทอดผ่านแววตาของฮยอนซึง ทำเอาสองขาของกิกวังหมดแรง ร่างเล็กทรุดตัวลงนั่งที่พื้นพร้อมกับใช้สองมือปิดหน้าเอาไว้

“ทำไมต้องทำขนาดนี้...”

“นายบีบฉันเองกิกวัง...”

 

ความเงียบค่อยๆปกคลุมอีกครั้งเมื่อกิกวังไม่พูดอะไร เอาแต่ร้องไห้ซบใบหน้าเข้ากับฝ่ามือของตัวเอง ฮยอนซึงที่นั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่ตรงริมระเบียงเหลือบไปมองคนรักเล็กน้อย ก่อนจะเบนมามองมือที่ใช้ซัดน้องชายคนสนิทอย่างเย็นชาพร้อมกับออกแรงบีบแน่น

 

“แล้วจุนฮยองล่ะ...เขาจะปลอดภัยหรือเปล่า”

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าจะเจออะไรบ้าง...แต่ที่ฉันมั่นใจ...ดูจุนไม่มีวันฆ่าจุนฮยอง”

“อะไรทำให้นายมั่นใจขนาดนั้น..”

.

.

.

“เพราะรักยังไงล่ะกิกวัง เพราะดูจุนรักจุนฮยอง...หมอนั่นถึงไม่มีวันฆ่าคนรักของตัวเองได้ลงคอ”

 

 

“ฉันปลอดภัยดีกิกวัง...นายไม่ต้องคิดมากหรอก”

“จุนฮยอง!!!”

 

ร่างเล็กโผกอดเพื่อนสนิทที่หยุดยืนอยู่ที่ประตูทันที จุนฮยองส่งยิ้มบางๆไปให้ ก่อนจะอ้าแขนรับอ้อมกอดของกิกวังเอาไว้ หยาดน้ำตามากมายพร้อมกับคำขอโทษค่อยๆหลั่งไหลผ่านริมฝีปากอวบอิ่มของร่างเล็ก จุนฮยองยกมือขึ้นลูบศีรษะของเพื่อนสนิทช้าๆราวกับปลอบประโลม

“ไม่เป็นไรแล้วนะ...กิกวังอ่า...”

“ฮึก...ไม่เป็นไรจริงๆใช่ไหม ฉัน...”

“ไม่ต้องขอโทษแล้วด้วย ตอนนี้สิ่งที่สำคัญกว่าน้ำตา คือเราต้องหาทางจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น”

“...”

“เอาล่ะทีนี้ นายก็บอกฉันมาว่าทำไมนายถึงต้องเอาสมุดปกดำนั่นมา..”

“...”

“ตอบฉันอีกิกวัง...”

 


END EPISODE 21
 

________________________________________________________________________________

TALK!< ::

๐ตอนที่ 21 จบไปแล้ว เขียนแล้วหน่วง อ่านหน่วงหรือเปล่าไม่รู้

๐คือใครจะว่าซึงก็ได้นะเราไม่ว่า แต่เราแมร่งสงสารทุกคนอ่ะ

๐ฮืออออออ ครวญครางงง

๐หลายคนได้อ่านสปอยไปบ้างล่ะ ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี ๕๕๕

๐แค่หน่วงนะ...ไม่ได้เรียดดราม่า เดี๋ยวจัดหนักอีกที คิคิ

๐ขอบคุณสำหรับความสนใจเรื่องรวมเล่ม ตอนนี้ยอดคร่าวๆได้ 20 อัพแล้วนะคะ

๐โค้งสวยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

๐ใกล้จบแล้วนะ แล้วนะ.....ใจหายไหม

๐สำนวนไม่ดี เขียนไม่เข้าใจ ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะคะ แนะให้ปรับปรุงได้เลย

๐เจอกันตอนหน้านะทุกท่านนนนนนน

๐ขอบคุณที่เสพฟิคนะคะ คึคึ

๐ปย๊ง!!

 

 

edit @ 9 May 2013 02:53:27 by DooDuPorPoa

Comment

Comment:

Tweet