[FIC] べPAINKILLER - 24 END

posted on 09 May 2013 03:00 by dooduporpoa in FIC

Title : PAINKILLER

Couple : DuJun x JunHyung

Status : LONG FIC

Author : DooDuPorPoa

Author’s Note : ฟิคเรื่องที่สามแล้ว ! เย้...ลัดคิวจากพล็อตอีกเรื่องหนึ่งซึ่งตั้งใจให้เป็นฟิคยาว เพราะรูปของสองหนุ่มมันช่าง แอร้ย!! มาเฟียเหลือหลาย จนอดใจไม่ได้ ต้องลงไม้ลงมือ(?)ยำออกมาเป็นฟิคฉะนี้แล... คำเตือนฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหารุนแรงเหมาะกับเด็กตั้งแต่อายุ 17 ขึ้นไปเพราะถ้าเรทสูงกว่านั้น ปอก็จะอ่านไม่ได้ คิคิ

 

 

EPISODE 24

 

โบสถ์สไตล์กอธิค ที่มีการประดับประดาด้วยกระจกสวยงามมากมาย สถานที่ขึ้นชื่อที่นักท่องเที่ยวก็ต่างก็ยอมรับว่ากระจกที่ใช้ตกแต่งโบสถ์มีความงดงามที่สุด ยิ่งเมื่อแสงจากภายนอกส่องเข้ามาก็ยิ่งทำให้มองเห็นลายกระจกชัดเจนและสวยงามมากขึ้น สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวปารีส โบสถ์แซงต์ ชาแปลล์...

แชะ !

กดชัตเตอร์ลง เมื่อมุมมองภาพผ่านกล้องดูสวยงามยิ่งนัก เรือนผมสีทองถูกมือเรียวปัดขึ้น เมื่ออากาศด้านในเริ่มอบอ้าวเล็กน้อย ลำขายาวๆก้าวออกมาเมื่อเห็นจำนวนคนที่มากขึ้น กระดาษแผนที่ใบโตถูกกางออกในขณะที่เรียวนิ้ว ไล่จิ้มไปตำแหน่งที่ต้องการ

“Où est-ce que vous allez ? Comment puis-je vous aider? (อยากจะไปไหนหรอคะ ให้ฉันช่วยไหม)”

“Ne me dérange pas. Je voudrais aller aux Champs-Elysées et L'Arc Napoléon I (ไม่รบกวนดีกว่าครับ ผมจะไปถนนฌ็องเซลิเซ่ กับประตูชัยนโปเลียนครับ)”

“Vous venez le seul ? (มาคนเดียวหรอคะ)”

“Non, je viens avec mon ami (เปล่าครับผมมากับเพื่อน)”

เอ่ยตอบหญิงสาวเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าอย่างสุภาพ สำเนียงฝรั่งเศสกระท่อนกระแท่นของเขายังดีที่ทำให้เจ้าหล่อนพอเข้าใจได้บ้าง บ่ากว้างถูกฝ่ามือหนักวางกระแทกอย่างแรงพร้อมคำเรียกชื่อที่ทำเอาเขาปวดหัวไม่น้อย

“ยงจ๋า...”

พลัก!

ฝ่ามือหนักๆถูกประทับกลางเรือนศีรษะของคนทะเล้นทันที เจ้าของชื่อส่ายหน้าหน่ายๆก่อนจะตั้งท่าเดินหนีไป

“ย่าห์ !ยงจุนฮยอง... นายอย่ามาเดินหนีฉันนะ”

“อีฮงกิ !! จะให้ฉันบอกอีกกี่ครั้งว่าควรเรียกฉันว่าอะไร”

“โอเคๆ โจ๊กเกอร์ก็โจ๊กเกอร์”

เอ่ยเสียงอ่อนพลางออกสำเนียงอังกฤษเน้นจนน่าหมั่นไส้ จุนฮยองหรือโจ๊กเกอร์เร่งฝีเท้าเดินนำเพื่อนซี้ที่เดินมากเกาะแกะที่แขน ใบหน้านวลซีดลงเล็กน้อยเมื่อชื่อที่เขาอยากจะทิ้งมันไปหวนกลับมา...

“แล้วเขาอยู่ไหน...”

“รออยู่แล้วล่ะ...”

 

“ผมดีใจมากๆเลยล่ะครับที่ได้ร่วมงานกับนักเปียโนชื่อดังอย่างคุณซึงโฮ”

“การได้ร่วมงานกับนักร้องที่มีความสามารถอย่างคุณ ก็เป็นความภูมิใจของผมเช่นกันครับ คุณโยซอบ”

ร่างเล็กฉีกยิ้มหวานรับพลางยื่นมือไปประทับอย่างเป็นทางการกับร่างสูง ซึงโฮมองหนุ่มน้อยตรงหน้าด้วยสายตาชื่นชม เมื่อทราบว่าโยซอบสามารถก้าวมาเป็นนักร้องหน้าใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมภายในเวลาไม่ถึงปี ในขณะที่โยซอบเองก็ตื้นตันไม่น้อยเมื่อมีโอกาสได้มาร่วมงานกับนักเปียโนมือโปรที่มือชื่อเสียงไปทั่วโลก

“เสียดายที่วันนี้ผมดันติดธุระสำคัญ ไม่งั้นเราคงได้คุยเรื่องโปรเจกค์ใหม่ที่จะทำกันเร็วๆนี้อย่างละเอียด”

“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณโยซอบ ไว้โอกาสหน้าก็ได้ อีกอย่าทางผมเองก็มีแขกด้วยเหมือนกัน”

“งั้นหรอครับ แหะๆ...เป็นแบบนี้ผมขอตัวเลยดีกว่า”

โยซอบฉีกยิ้มแห้งก่อนจะโค้งอำลาให้กับคนตรงหน้า ซึงโฮทอดยิ้มบางพลางโค้งรับอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน โยซอบเดินไปคว้ากระเป๋าตรงมุมหนึ่งของห้องก่อนจะเดินไปที่ประตู ตึกขนาดพอดีที่ตั้งอยู่ไกลจากตัวเมืองไม่มาก บรรยากาศดีๆที่ซึงโฮเลือกใช้เป็นที่ทำงานและพักผ่อนไปในตัว โยซอบสวมหมวกพลางเดินอมยิ้มลงมาตลอดทาง กระเป๋าเป๋ขนาดพอดีถูกเจ้าตัวกระชับแน่นขึ้น

“อ๊ะ”

จังหวะพอดีกับตอนที่กำลังจะก้าวพ้นตัวตึก เชือกรองเท้าไม่รักดีก็หลุดออกมาซะก่อน โยซอบก้มลงผูกเชือกรองเท้าในขณะที่มีลำขายาวๆของคนสองคนเดินสวนผ่านไป เสียงพูดคุยกันของคนทั้งคู่แล่นผ่านโสตประสาท แต่โยซอบทำเพียงแค่ปล่อยผ่านไป

“แล้วนายมาหาซึงโฮฮยองทำไมอ่ะ”

“ก็ฮยองเขาได้ข่าวว่าฉันมาปารีส เลยโทรตามให้มาหานี่ไง...ไม่รู้ใครคาบข่าวไปบอก”

“เออ...จริงๆก็ฉันเองแหละ”

“ฮงกิ !!”

“ง่า โจ๊กเกอร์จ๋าอย่างอนสิ”

ฮงกิกระตุกแขนเพื่อนสนิทอย่างออดอ้อน ในขณะที่จุนฮยองถอนหายใจเล็กๆ ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินนำหน้าไป ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่โยซอบลุกขึ้นยืนพอดี ฮงกิตีหน้ามุ่ยเมื่อเห็นท่าทีของเพื่อนตัวเอง สองขาตั้งท่าจะพาร่างตัวเองตามไปแต่ดันพลาดก้าวข้ามขั้นไปเสียได้

พลัก !

“โอ้ยย !”

เสียงร้องโอดโอยที่ดังมาจากทางด้านหลังชะงักฝีเท้าของโยซอบได้เป็นอย่างดี ร่างเล็กหันกลับไปตามที่มาของเสียง สองเท้าเตรียมก้าวออกไปช่วยพยุงอีกฝ่าย พลันนัยน์ตาเบิกกว้างเมื่อมองเห็นร่างโปร่งตรงหน้า

“เฮ้ย..ฮงกิ !”

จุนฮยองที่ได้ยินเสียงร้องของเพื่อน รีบกลับฝีเท้าหันมาช่วยพยุงคนที่ล้มลงไปทันที ฮงกิตีหน้ามุ่ยขมุบขมิบปากบ่นจนจุนฮยองต้องรีบพาไปหาคนที่รออยู่ ด้านโยซอบที่มองเห็นคนที่ควรอยู่กับดูจุน ได้แต่เบิกตาด้วยความสงสัย และยังไม่ทันได้ก้าวตามอีกฝ่ายไป เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเสียก่อน

“ครับๆจะไปเดี๋ยวนี้แหละครับ”

โยซอบรับสายผู้จัดการที่โทรมาตามนัดต่อไปด้วยน้ำเสียงร้อนรน ฝีเท้าก้าวออกไป ในขณะที่สมองครุ่นคิดถึงใครบางคนที่เขาต้องโทรหาหลังจากจบงาน...

ซนดงอุน !!

 

ใบหน้าสวยที่ถูกเติมแต่งด้วยเครื่องสำอางชั้นดี รูปร่างที่ได้สัดส่วนบนชุดที่อวดหุ่นสุดเจ๋ง เฮยอนนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้หนังทรงสูง ห้องใหญ่ที่ถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากประเทศชั้นนำ ช่างดูเหมาะสมกับตำแหน่งภรรยายุนดูจุนไม่น้อย

ก๊อกๆ

“เชิญ”

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้น เฮยอนทำเพียงแค่ส่งเสียเรียบๆตอบกลับไป ใบหน้านวลสวยเชิดขึ้นเล็กๆก่อนนัยน์ตาจะเบิกกว้างเมื่อเห็นบุคคลใหม่ที่เดินเข้ามา..

“นะ..นาย”

“ไม่เจอกันนานนะ...คุณพี่สาว”

ร่างเล็กแย้มยิ้มออกมาอย่างน่ารัก ในขณะที่นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ เฮยอนลอบกลืนน้ำลายเล็กๆก่อนจะตั้งสติเมื่อพบกับน้องชายที่ไม่ได้เจอกันมานาน

“ไง..ถึงกับอึ้งไปเลยหรอ ดูท่าผัว เอ้ย...พ่อใหม่นี่จะรวยนะ”

เอ่ยเสียงทะเล้นพร้อมฉีกยิ้มอย่างอารมณ์ดี เรียวนิ้วดุจเด็กประถมไล่สัมผัสกรอบรูปขนาดใหญ่ที่แปะไว้ที่ข้างหนึ่งของวอลเปเปอร์ เฮยอนกำมือแน่นเมื่อคนที่หล่อนไม่อยากเจอที่สุด ปรากฏตรงหน้า...

“มาทำไม...”

กดเสียงต่ำถามในขณะที่นัยน์ตาสวยจ้องคนตรงหน้าอย่างมาดมั่น คนถูกถามทำเพียงแค่ยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะเดินมาดกวนมาสบตากับหล่อนหน้าโต๊ะ

“ฉันถามว่ามาทำไม....ยังโยซอบ !!”

“ทำไม...กลัวหรือไง”

โยซอบเลิกคิ้วขึ้นพลางยกยิ้มที่มุมปากอย่างกวนๆ ส่งผลให้เฮยอนกัดฟันกรอด โยซอบไม่เอ่ยอะไรอีก สองขาพาร่างของตัวเองไปซ้อนไว้ด้านหลังหญิงสาว

“ถ้ากลัวก็ดี...เพราะถ้าไม่อยากถูกแฉ ก็หย่ากับดูจุนซะ !!”

“นะ..นาย”

เฮยอนเอ่ยเสียงสั่นตวัดหางตามองคนมีศักดิ์เป็นน้องด้วยความโกรธแค้น โยซอบยักไหล่กวนเล็กน้อยพลางคว้าข้อมือของหญิงสาวมาบีบแน่น

“ฉันไม่ได้มาขอร้อง แต่ฉันมาเตือนและบังคับเธอให้ทำด้วยความหวังดี ! อย่าให้ฉันต้องแฉถึงเรื่องราวโสมมของตัวเธอให้ฉาวโฉ่จนไม่ผืนแผ่นดินให้เหยียบซะล่ะ อีเฮยอน ไม่สิ...ยังฮเยวอน”

เฮยอนกัดฟันกรอด มองดูอดีตน้องชายที่เคยโตมาด้วยความเครียดแค้น โยซอบยิ้มเยาะก่อนจะออกแรงบีบข้อมืออีกฝ่ายแน่น ทันทีที่โทรหาดงอุนและรู้ถึงต้นเหตุที่ทำให้จุนฮยองต้องหนีไปไกลถึงปารีสแล้ว ร่างเล็กก็รีบบินกลับมาเพื่อจัดการทันที

“จุ๊ๆ...อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับคุณพี่สาว ถ้าจะโทษความผิดใครสักคน ก็น่าจะโทษที่ผัว เอ้ย..ที่พ่อของคุณพี่มาแต่งงานกับแม่ผมนะครับ”

โยซอบแย้มยิ้ม ในขณะที่ใบหน้าของเฮยอนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ริมฝีปากล่างถูกเจ้าตัวซ่อนไว้ภายใต้ฟันซี่บนเมื่อความกลัวเริ่มเข้ามาแทนที่ โยซอบแค่นหัวเราะใส่เล็กน้อยพลางรู้สึกขยะแขยงเล็กๆ เมื่อนึกถึงเรื่องคาวฉาวโฉ่ของผู้หญิงตรงหน้า

นับตั้งแต่วันแรกที่โยซอบได้รู้จัก อีเฮยอนหรือยังฮเยวอน พี่สาวลูกติดพ่อใหม่ หล่อนเป็นผู้หญิงน่ารักและมีรอยยิ้มบริสุทธิ์อยู่เสมอ...ฮเยวอนเคยเป็นแบบนั้น จนกระทั่งเสียงทะเลาะของแม่และพ่อใหม่ที่ดังเข้าหู ทำให้โยซอบเริ่มมองผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนไป หญิงสาวอายุน้อยที่ปลอมแปลงมาในสถานะลูกติด แท้จริงแล้วดันเป็นเมียลับๆของพ่อที่ไม่มีความเกี่ยวพันธ์ทางสายเลือดแม้แต่น้อย หลังจากความแตกฮเยวอนก็เตลิดหนีออกไปและเปลี่ยนชื่อเป็นเฮยอน โยซอบได้ข่าวจากเพื่อนว่าหล่อนไปมีความสัมพันธ์เชิงนี้กับผู้ชายคนอื่นอีก จนกระทั่ง...มาหยุดอยู่ที่ตระกูลอีนี่แหละ

แน่นอน...ว่ากิกวังคงตกใจไม่น้อย

ถ้ารู้ว่าพี่สาวที่ตัวเองแสนเคารพ...แท้จริงเป็นเมียเก็บของพ่อตัวเอง

“คิดดีๆ นะครับ ระหว่างหย่ากับดูจุนให้เรื่องมันจบไป กับปล่อยให้เกิดเรื่องฉาวโฉ่