[FIC]Dear Shiny Dear Uncle ๐๑ - 'แค่วันแรก...'

posted on 09 May 2013 03:38 by dooduporpoa in FIC

Title : Dear Uncle Dear Shiny (ลุงที่เลิฟ..เหม่งที่รัก)

Couple : DuJun x JunHyung

Status : LONG FIC

Author : DooDuPorPoa

Author’s Note : ฟิคยาวเรื่องที่สอง...เกิดจากดูจุนใส่สูท แล้วหล่อมว๊ากกกกก จุนฮยองในชุดนักเรียน น่ารักมว๊ากกกกกกกก โดยความที่มัน มว๊ากกกกกกกก จึงคลอดออกเป็นฟิคนี้แล...คิคิ *จุดพลุ* !!  ฟิคเรื่องนี้ชนะโหวตจากทั้งสามเรื่องนะจ๊ะ เอาเป็นว่าจะไม่เขียนยาวๆแบบเพนคิลเลอร์ ๕๕

 

 

แค่วันแรก...’

 

 

จุนฮยองใช้สายตาสำรวจผู้ชายตรงหน้าที่เขาเรียกว่า ‘ลุง’ แบบผ่านๆ ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่พับมาถึงข้อศอก กับกางเกงสแล็คสีเทาผ้าดีที่ใช้ปกปิดลำขายาวเอาไว้ ชวนให้ปฏิเสธไม่ได้ว่าอีกคนดูดีอยู่ไม่น้อย ติดแต่ใบหน้าเหวอๆ ที่อีกฝ่ายแสดงออกมานั้น กลบทุกออร่าที่แผ่ออกมา

“หึ”

จุนฮยองแค่นหัวเราะสั้นๆ ก่อนจะสะพายกระเป๋าใบโตเดินเฉียดไหล่เจ้าของห้องไป นัยน์ตากวาดมองข้าวของที่วางกระจัดกระจายอยู่ที่พื้นด้วยใบหน้าเอือมๆ ขวดนมสองสามขวดที่นอนแอ้งแม้งในอ่างอาบน้ำสีสันสดใส ถัดไปอีดนิดมีรถเข็นเด็กที่มีโมบายพระจันทร์พระอาทิตย์ติดแขวนอยู่ด้านหน้า มีสมุดภาพนิทานวางเรียงเป็นปึกอยู่ไม่ไกล โดยที่ข้างๆ กันนั้นมีลูกบอกสีแดงสดใสกับไม้คทารูปดาวสีชมพูวางอยู่ มองเลยไปอีกทางเห็นถุงห้างสรรพสินค้าเกือบสิบถุงที่มีปลายเสื้อหวานๆ กับชายกางเกงเท่ๆ โผล่ออกมา นอกจากนั้นยังมีอุปกรณ์เลี้ยงเด็กต่างๆ ทั้งผ้าอ้อม ผ้าเช็ดตัว นมผง ที่อาบน้ำ สารพัดเท่าที่จุนฮยองเคยจำได้ว่าแม่เคยใช้กับเขาเมื่อตอนที่ยังเด็ก...

มาก !!

“เอ่อ...”

หลังจากที่ยืนนิ่งเป็นสากกะเบืออยู่นาน เมื่อภาพของเด็กน้อยสุดน่ารักที่จินตนาการไว้พังทลายลงด้วยภาพของเด็กหนุ่มวัยมัธยมปลาย ยุนดูจุนก็ตั้งสติพลางหันกลับไปมองอีกคนที่เดินเข้าไปถึงกลางห้องด้วยสีหน้าเหยเกสุดๆ

ซวยแล้วไง...ดูจุน

“รสนิยมลุงนี่...แปลกดีเนอะ”

และยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร ว่าที่ลูกบุญธรรมในปัจจุบันและอนาคตของเขาก็หันมาเอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับยกยิ้มแปลกๆ ตรงมุมปาก ที่ดูจุนอ่านความหมายมันได้สั้นๆว่า...

โรคจิต…

“เฮ้ย ! ไม่ชะ..”

ปี๊ด !!

ปุ่มสีแดงบนรถเข็นเด็กที่ดูจุนบรรจงเลือกมา ถูกจุนฮยองกดลงไปเน้นๆ กลบคำพูดของดูจุนไว้อย่างชะงัก จุนฮยองเดินข้ามกองของเล่นเด็กไปทิ้งตัวลงบนโซฟา พลางถอดกระเป๋าใบโตพิงไว้ข้างๆ สายตาเหลือบไปเห็นตุ๊กตาหมีตัวเล็กที่นอนอยู่ มือบางเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมาพร้อมกับบิดแขนมันเล็กๆ พลางเบะปากน้อยๆ

“คะ คือ...นั่นมัน”

“ไม่เป็นไรนะลุง...ผมเข้าใจ”

จุนฮยองเหลือบตาขึ้นมองดูจุนที่ยกนิ้วชี้มาทางตุ๊กตาหมีพร้อมกับคำพูดตะกุกตะกักด้วยใบหน้ายียวน ริมฝีปากอวบอิ่มเอ่ยสั้นๆ พลางยกคิ้วตบท้าย

เข้าใจกับผีสิไอ้เด็กกวน!!!

 

“แต่นูน่าครับ...”

“(เอาน่าดูจุน...นายรับปากพี่ไปแล้วนะ)”

“นูน่าอา....”

ดูจุนลากเสียงอ่อนเมื่อปลายสายยังคงดึงดันในคำพูดของตัวเอง สายตาเหลือบไปมองต้นเหตุของปัญหาที่ยังคงนั่งพิงโซฟาเล่นโทรศัพท์ในมืออยู่

“ยังไงผมก็ว่าไม่ไหว เด็กพี่มันยังยียวนกวนประสาท สัมมาคารวะก็แย่ มีอย่างที่ไหนเจอกันครั้งแรกมาเรียกลุง เด็กอะไรทำไม...”

“(ดูจุน...)”

ดูริส่งเสียงปามเมื่อน้องชายเริ่มพูดถึงลูกชายเพื่อนในแง่ร้าย เสียงต่ำๆ กับลมหายใจเบาๆ ที่ถอดถอนของพี่สาว ทำให้ดูจุนนิ่งเงียบไปเล็กน้อย

“(จุนฮยองเป็นเด็กน่าสงสารนะ....พ่อเสียตั้งแต่น้องยังเด็กๆ แถมแม่ยังมาท้องสาวอีก กว่าจะโตมาขนาดนี้ไม่รู้น้องต้องทนเจอคำด่ามากี่สารพัดคำ  จุนฮยองโตมาแบบลูกคนเดียว ไม่มีน้อง ไม่มีญาติที่ไหน มีแค่แม่คนเดียวที่เลี้ยงมาตลอดสิบแปดปี แต่เพราะแม่น้องร่างกายอ่อนแอ เข้าโรงพยาบาลบ่อย ทำให้ช่วงหลังๆ น้องติดเพื่อน  และยังพยายามทำตัวเข้มแข็งไม่ให้แม่กังวล)”

“...”

“(แต่ก็เพราะพักหลังน้องเป็นแบบนี้นี่แหละ เลยทำให้แม่เขาเป็นกังวลมาก แต่ก่อนยังโชคดีที่มีแม่อยู่ใกล้ๆ คอยห้ามคอยปราม แต่นี่แม่เขาต้องไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ ทีนี้ถ้าเพื่อนพาไปทางไหนก็คงไม่มีคนคอยดูแลน้อง...เข้าใจไหมดูจุน)”

“ครับ...แต่ผมก็ยังยืนยันว่าไม่ไหว นูน่าก็รู้ดีนี่ครับว่าผมทำงานเป็นนักธุรกิจ ผมเองก็ไม่มีเวลาว่างมาดูแลใคร แถมเด็กมันโต มันก็รั้น ผมไม่ใช่พ่อ ไม่ใช่ญาติฝ่ายไหน คงไปสอนไปสั่งไม่ได้ ขนาดวันแรกยังแผลงฤทธิ์ขนาดนี้ ไม่อยากจะนึกถึงวันต่อๆ ไป...เข้าใจไหมครับนูน่า”

“(เฮ้อ....ดูจุนอา)”

ดูริถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางเรียกชื่อน้องชายเสียงอ่อน ดูจุนหลบตาลงพื้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

“นูน่ามีน้องชายนะครับ ไม่ใช่น้องสาว...เรื่องแบบผู้หญิงๆ ผมทำไม่เป็นหรอกน่า โดยเฉพาะเลี้ยงเด็ก”

“(ตามใจแล้วกัน...ยังไงพี่ก็ฝากน้องไว้ที่เราก่อนคืนนี้นะ พรุ่งนี้พี่จะรีบกลับจากฮันนีมูนไปรับน้อง)”

ดูจุนเงียบไปอย่างรู้สึกผิดเมื่อได้ยินเสียงอ่อนของพี่สาว บทสนทนาสั้นๆ ระหว่างคู่แต่งงานใหม่ที่ลอยผ่านโทรศัพท์มา ยิ่งทำให้เขารู้สึกแย่มากขึ้น นัยน์ตาทรงเสน่ห์เหลือบไปมองยังต้นเหตุที่ยังคงนั่งอยู่บนโซฟา จุนฮยองที่ยังอยู่ในชุดนักเรียนกำลังคุ้ยๆ บางอย่างจากกระเป๋าขึ้นมา

ภาพของเด็กหนุ่มวัยสิบแปดที่ใช้เรียวนิ้วปาดไปบนรูปถ่ายของคนเป็นแม่อย่างคิดถึง นัยน์ตาที่มักยียวนอยู่เสมอ...สะท้อนภาพของคนเป็นแม่ไว้ด้านใน ความเย่อหยิ่งที่ฉายอยู่เสมอ ค่อยๆ แทนที่ด้วยความเศร้าสร้อยแทน ดูจุนมองภาพเหล่านั้นอย่างสะเทือนใจ ริมฝีปากได้รูปบรรจงกรอกเสียงลงไปอย่างไม่รู้ตัว

“ผมเปลี่ยนใจแล้วครับนูน่า ยงจุนฮยองน่ะ...เดี๋ยวผมจะเลี้ยงเขาเอง”

 

ถึงแม้จะสงสัยอยู่ไม่น้อยเมื่อคนที่โทรไปโวยวายอยู่ร่ำๆ กลับเดินมาบอกเขาให้เอาของเข้าไปเก็บในห้อง จุนฮยองวางกระเป๋าใบโตและใบเดียวที่พกมาลงบนเตียงนุ่ม เปลือกตาปิดลงเล็กน้อยเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อน ก่อนที่ร่างโปร่งจะลุกขึ้นจัดข้าวของให้เข้าที่

ใช้เวลาไม่นานจุนฮยองก็ย้ายตัวเองออกมาจากห้องนอน ทีวีจอ LCD ที่ห้องนั่งเล่นถูกเขายึดครองและใช้มันดูการ์ตูนเรื่องโปรดอย่างดราก้อนบอล นั่งดูไปหัวเราะไป พร้อมกับกินขนมที่ซื้อติดมาอย่างเอร็ดอร่อยอยู่นาน จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปร่วมชม.

ดูจุนที่นั่งเคลียร์เอกสารย้อนหลังในห้องทำงาน เริ่มทนความหงุดหงิดของตัวเองไม่ไหว เมื่อเสียงของการ์ตูน รวมถึงเสียงของใครบางคนดังรบกวนลอดผ่านประตูเข้ามา ร่างสูงวางปากกาในมือลง ก่อนจะเปิดประตูออกไป พลางใช้สองเท้าพาร่างของตัวเองไปหยุดยืนอยู่ด้านหลังโซฟาที่จุนฮยองนั่ง

รีโมทสีดำที่วางอยู่ไม่ไกลถูกดูจุนฉกมันขึ้นก่อนจะกดปุ่มสีแดงลง ส่งผลให้หน้าจอ LCD ที่กำลังฉายภาพอย่างสนุกสนานนั้นดับสนิท ทิ้งไว้เพียงความมืดที่สะท้อนให้เห็นใบหน้าหงุดหงิดของคนที่ดูมันก่อนหน้า

“...”

จุนฮยองไม่เอ่ยอะไรเมื่อมองเห็นภาพสะท้อนของร่างสูงผ่านจอสีดำ มือเรียวยกเฮดโฟนอันใหญ่ขึ้นสวมพลางปิดตาลง ทิ้งให้คนที่กอดอกมองอยู่ด้านหลังต้องถอนหายใจซ้ำๆ เพื่อสงบอารมณ์ของตัวเอง

ดูจุนส่ายหัวน้อยๆ ก่อนจะเดินไปที่ห้องครัวเพื่อหาน้ำดับกระหาย มือใหญ่ชะงักค้างเมื่อประตูตู้เย็นที่เปิดออกเผยให้เห็นกระป๋องเบียร์สักสองสามกระป๋องวางพิงอยู่ที่ชั้นวางน้ำ ดูจุนกระแทกเครื่องดื่มที่ไม่ใช่ของเขาลงบนเคาน์เตอร์อย่างแรง

“ยงจุนฮยอง !”

กรอกชื่อของอีกฝ่ายลงไปเสียงต่ำ ในขณะที่เจ้าของชื่อยังคงหลับตาโยกหัวไปกับเสียงเพลงที่เปิดดังสนั่นในหู ดูจุนเดินคว้ากระป๋องเบียร์มากระแทกลงโต๊ะด้านหน้าที่มีเรียวขายาวพาดอยู่อย่างแรง มือหนากระชากเฮดโฟนออกจากหูอีกคน

“อะไรอีกล่ะ”

จุนฮยองจิ๊ปากขัดใจ ก่อนจะเหลือบตามองร่างสูงที่มายืนค้ำหัวตรงหน้า ดูจุนมองตอบด้วยสายตาเรียบนิ่ง มือหนายกกระป๋องเบียร์ขึ้นกระแทกพร้อมเอ่ยตะคอกเสียงดัง

“นี่มันอะไร !”

“ก็...เบียร์ไง”

จุนฮยองลากสายตาไปมองที่มาของต้นเสียง ก่อนจะเอ่ยตอบดูจุนด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ในขณะที่ดูจุนถลึงตาใส่ทันทีได้ยิน

“นายพึ่งจะอายุเท่าไหร่กันหา ! กล้าดียังไงเอาเบียร์มากินถึงที่บ้านฉัน ไหนจะเปิดทีวีเสียงดังรบกวน ถอดรองเท้าไม่เป็นที่ ถามจริงๆ เถอะ รู้จักไหมความเกรงใจ เคยคิดไหมว่ารบกวนคนอื่นเขาอยู่”

“ไม่อยากให้อยู่ก็บอก ไม่เห็นต้องพูดมาก”

จุนฮยองรีบตอบสวนขึ้นมาด้วยใบหน้ายุ่งๆ ร่างโปร่งลุกขึ้นยืนก่อนจะคว้าเฮดโฟนพร้อมกับเดินเฉียดไหล่ดูจุนไปแบบไม่ใยดี เสียงรื้อของภายในห้องที่ดังออกมาทำให้ดูจุนต้องยกมือขึ้นกุมขมับพร้อมกับทิ้งตัวลงบนโซฟาทันที

จะบ้าตาย...

 

“จะไปไหน”

ดูจุนเอ่ยถามเมื่อเห็นจุนฮยองสะพายกระเป๋าใบโตออกมาจากห้อง คนถูกเรียกไม่ตอบ ไม่มีแม้แต่จะชายตามอง ร่างโปร่งเดินไปทิ้งตัวลงที่พื้นหน้าประตูพลางยัดเท้าตัวเองลงไปในรองเท้าผ้าใบคู่โปรด ดูจุนมองการกระทำของอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเอือมๆ ใบหน้าหล่อเหลาแค่นหัวเราะเบาๆ

“เหอะ”

ดูจุนเดินไปกระชากกระเป๋าจุนฮยองออกจากหลัง สองขาก้าวเร็วๆ จนทำเอาจุนฮยองที่ร้องเหวอเดินตามแทบไม่ทัน กระเป๋าใบโตถูกเหวี่ยงลงบนเตียงอย่างแรง

“นี่...”

ค้างคำพูดไว้อย่างงั้น เมื่อใบหน้าของคนที่หันหลังให้เขาในตอนแรก ดูฉุนเฉียวและน่ากลัวจนไม่กล้าเอ่ยอะไร จุนฮยองถอยร่นขาอย่างไม่รู้ตัว เมื่อดูจุนเขยิบไปใกล้เขามากขึ้น

“ฉันว่าเราควรทำข้อตกลงกันซะหน่อยนะ..ยงจุนฮยอง”

“ขะ..ข้อตกลงอะไร”

เอ่ยตะกุกตะกักเมื่อคนตรงหน้าประชิดตัวเขาเข้ามา แผ่นหลังของจุนฮยองค่อยๆ แนบสนิทกับกำแพงในขณะที่เจ้าตัวสบตากับยุนดูจุนที่ใช้สองมือยันกำแพงไว้

“ข้อแรก...ที่นี่เป็นบ้านฉัน เพราะงั้นนายต้องทำตามกฎของฉัน รองเท้าต้องถอดวางบนชั้นทุกครั้ง ทีวีดูได้แต่ห้ามเสียงดังมากเพราะฉันต้องใช้สมาธิในการทำงาน ข้อสอง ห้ามพาเพื่อนหรือใครก็ตามแต่มาที่บ้านโดยไม่ขออนุญาต ห้ามนำของมึนเมาพวกเหล้าเบียร์ หรือบุหรี่มาที่นี่เด็ดขาด เพราะนายยังเด็กอยู่”

“ปีหน้าเข้ามหา’ลัยแล้ว ไม่เด็กซะหน่อย”

“ปีหน้าเข้าแต่ปีนี้ยังไม่เข้าก็ยังเด็กอยู่ แล้วเวลาผู้ใหญ่พูดยังไม่จบอย่าพึ่งสวน ฟังให้จบก่อน เข้าใจไหม”

จุนฮยองช้อนตามองคนถามนิดๆ ก่อนจะพยักหน้าเล็กๆ เป็นเชิงตอบคำถาม ดูจุนเผยยิ้มกว้างพลางลดมือที่ยันกำแพงไว้ลง

“แล้ว...มีอะไรไหมที่นายไม่ชอบให้ฉันทำ”

“ไม่ชอบให้ตะคอก...หูไม่ได้หนวก พูดดีๆ ก็รู้เรื่อง”

“...อืม แล้วมีอะไรอีกไหม”

ดูจุนอดกลั้นยิ้มไม่ได้ เมื่อเห็นคนตรงหน้ามองค้อนเขาพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้นิดๆ

“ไม่เคยอยู่กับคนอื่นนอกจากแม่ ไม่รู้ต้องทำตัวแบบไหน อยากให้ทำอะไร ไม่อยากให้ทำอะไร ก็บอก...”

“...อืม แค่นี้?”

“ตอนนี้...คิดออกแค่นี้แหละ อ่ะ...ไม่ชอบให้เข้ามาใกล้มากๆ ด้วย”

ดูจุนยิ้มกริ่มเมื่อเห็นจุนฮยองเดินหนีออกไปอีกทาง ร่างสูงเดินตามในขณะที่จุนฮยองเดินหนีออกไปอีก เดินวนกวนๆไปรอบห้องอยู่สักพัก ก่อนคนขี้แกล้งจะหัวเราะออกมา

“ไปแล้วๆ อย่าลืมอาบน้ำแล้วเข้านอนล่ะ ดึกแล้ว”

ดูจุนฉีกยิ้มส่งท้ายก่อนจะเดินปิดประตูออกไป ทิ้งให้จุนฮยองนั่งหน้ามุ่ยอยู่ที่เตียงมองค้อนคนที่จากไป

“ลุงแมร่ง...”

 

เช้าที่แสนจะสดใสของใครบางคน กลับกลายเป็นเช้าที่แสนจะหดหู่ของดูจุนแทน มือใหญ่คนกาแฟในแก้วอย่างเซ็งๆ ในขณะที่สายตาเหลือบไปมองคนที่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ตรงโซฟาอย่างหมั่นไส้

“คิดถึงน้าที่สุดเลยครับ เมื่อไหร่คนสวยจะมาหาผมกันนะ”

จุนฮยองส่งเสียงออดอ้อนจนปลายสายส่งเสียงหัวเราะเอ็นดูตอบกลับมา ดูจุนแค่นหัวเราะทันทีที่ได้ยิน ไอ้เด็กกวนนิสัยหยิ่งๆ เมื่อวานมันเป็นใครกัน...ช่างดูแตกต่างกับจุนฮยองในตอนนี้แบบสิ้นเชิง

“(เป็นไงบ้างอยู่กับดูจุนวันแรก เขาเลี้ยงหลานน้าดีไหม มีอะไรไม่ดีบอกน้าได้เลยนะ)”

“คุณน้าครับ...ผมก็ไม่ใช่เด็กขี้ฟ้องอะไรนะ แต่มาวันแรก...ลุงเขาก็ตะคอกผมไม่หยุดเลย ดุผมเรื่องดูดราก้อนบอลด้วย แถมยังชอบแกล้งผมอีก ...เมื่อไหร่คุณน้าจะกลับครับ ผมอยากอยู่กับคุณน้ามากกว่า”

“(ตายจริง ! นี่ดูจุนทำขนาดนั้นเลยหรอ ไม่ได้เลยเชียว จุนฮยองจ๊ะ...เอาโทรศัพท์ให้น้าคุยกับดูจุนหน่อยสิ)”

จุนฮยองยิ้มกริ่มเดินถือโทรศัพท์ไปให้ใครบางคนที่อยู่ในห้องครัว ดูจุนยกแก้วกาแฟขึ้นจิบพลางใช้สายตามองคนที่เดินเข้ามาหาเข้าด้วยสีหน้าแปลกๆ ร่างโปร่งเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพลางยื่นโทรศัพท์มาให้ด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง

“ลุง...คุณน้าจะคุยด้วย”

ดูจุนถลึงตาใส่เมื่อได้ยินสรรพนามที่ไม่รื่นหูเอาซะเลย จุนฮยองยักไหล่เหมือนไม่สนใจ ก่อนจะหันตัวกลับเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟา

“(ย่าห์ !  ยุนดูจุน !! นี่นูน่าไม่ได้บอกหรือไงว่าให้ดูแลน้องให้มันดีๆน่ะ ทำไมต้องไปตะคอกน้อง หัดเป็นคนใจร้ายตั้งแต่เมื่อไหร่ นูน่าบอกแล้วใช่ไหมว่าน้องโตมาแบบไหน ทำไมไม่ฟังกันเลย แล้วน้องยังเด็กน้องดูการ์ตูนที่น้องชอบผิดตรงไหน ทีเมื่อก่อนเราชอบดูไอ้บาส ชู๊ดๆอะไรนั่น มาแย่งนูน่าดูเซเลอร์มูน นูน่าเคยไปตะคอกไปดุไปตีเราไหม ทำไมไม่เข้าใจเด็กแบบน้องเลย หรือเพราะวัยมันเลยคำว่าเด็กมานานแล้ว ถึงได้..)”

“นูน่าใจเย็นก่อนครับ...ผมฟังไม่ทัน”

ดูจุนแทบยกหูโทรศัพท์ออกไม่ทัน เมื่อทันทีที่รับโทรศัพท์ ดูรินูน่าก็สาดสารพัดคำใส่เขาแบบไม่ทันตั้งตัว นัยน์ตาทรงเสน่ห์เหลือบไปมองตัวต้นเหตุที่ตีเนียนทำอ่านหนังสือ ทั้งๆ ที่ไหล่บางสั่นไหวเพราะเจ้าตัวกลั้นขำไว้ไม่อยู่

“ย่าห์! ยงจุนฮยอง...นายไปบอกอะไรพี่ฉัน ห๊ะ”

“(อะไรกันยะดูจุน ! นี่ขนาดพี่อยู่ในสายยังทั้งตะคอก ทั้งข่มขู่น้อง แล้วนี่ลับหลังจะขนาดไหน อย่าให้เจอนะจับตีให้ แล้วนี่ ! ห้ามวางโทรศัพท์เด็ดขาด สงสัยต้องอบรมน้องคนนี้ซะหน่อยแล้ว)”

ดูจุนตะโกนถามไปยังคนที่นั่งอยู่ในห้องเล่น ในขณะดูริที่ถือสายอยู่ได้ยินรีบขึ้นเสียงสูงใส่คนเป็นน้องทันที จุนฮยองเหลือบสายตาไปมองคนที่เรียกชื่อเขาในตอนแรกอย่างนึกขำ ใบหน้าแหยๆ กับนัยน์ตาที่หรี่ลงไปข้างที่แนบโทรศัพท์ยิ่งทำให้ต่อมอารมณ์ขันของจุนฮยองพุ่งสูงขึ้น ดูจุนกลอกตามองเพดานเมื่อคำบ่นของพี่สาวยังคงยืดยาวไม่หยุด พลันสายตาเหลือบไปเห็นใบหน้านวลที่มองเขาอยู่ จุนฮยองสะดุ้งนิดๆ เมื่อถูกสบตา รอยยิ้มในตอนแรกค่อยๆ จางลง ดูจุนถลึงตาใส่พลางขมุบขมิบปากเป็นเชิงข่มขู่ แต่ดูท่าจะได้ไม่ได้ผลสักเท่าไหร่ เมื่อคนโดนขู่ทำเพียงแค่ยักคิ้วกวนๆ ส่งไปให้หนึ่งที ก่อนจะหันกลับมาสนใจหนังสือในมือต่อ

กวนประสาท !!

 

“ยงจุนฮยอง !! นี่นาย...”

“ไม่ต้องตะคอกได้ไหมลุง...ไม่ได้หูตึง ยังไม่แก่ ยังได้ยินชัดเจน”

จุนฮยองหันไปเอ่ยเสียงเรียบเมื่อเห็นดูจุนเดินตะคอกมาจากห้องครัว คนถูกเบรกถอนหายใจหนักๆ เมื่อนึกถึงคำที่พี่สาวพร่ำบอก นัยน์ตาปิดลงเล็กน้อยเพื่อเรียกสติ ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงที่ว่างของคนที่อ่านหนังสืออยู่

“แล้วก็เลิกเรียกฉันว่าลุงด้วย ฉันเป็นน้องชายดูรินูน่า เพราะงั้นถ้านายเรียกดูรินูน่าว่า น้า นายก็ควรเรียกฉันว่าน้าเหมือนกัน”

“อ๋อ...เข้าใจแล้ว ลุง-ยุน-ดู-จุน”

“ย่าห์ ! บอกแล้วไงว่าห้ามเรียกลุง พ่อนายไม่ได้เป็นน้องฉันนะ”

เพราะคำพูดของยุนดูจุนทำให้บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที ดูจุนชะงักไปเมื่อนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรพูดอะไรออกมา ในขณะที่จุนฮยองนิ่งเงียบไปถนัด มือบางวางหนังสือที่อ่านไว้บนโต๊ะก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไป

“เออะ...”

ดูจุนพยายามจะเอ่ยรั้งอีกฝ่ายไว้เมื่อรู้ตัวดีว่าเป็นฝ่ายผิด แต่พอได้เห็นสีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง และคำพูดของยงจุนฮยองแล้ว เจ้าตัวก็เปลี่ยนใจกลืนทุกคำลงไปทันที

“ช่วยไม่ได้ ก็หน้าลุงมันล้ำพ่อผมไปเยอะเอง”

ไอ้เด็กนี่ !

ได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจ เมื่อเห็นสีหน้าราวกับผู้ชนะของอีกคน จุนฮยองยักคิ้วกวน ฉีกยิ้มทะเล้นส่งไปให้ดูจุน มือบางยกขึ้นเสยผมเมื่อรู้สึกมีความสุขเป็นพิเศษที่ได้แกล้งคน ดูจุนที่กำลังอ้าปากค้างเพราะโดนเด็กลูบคมถึงกับเผยยิ้มกว้าง เมื่อมองเห็นอะไรบางอย่างเข้า

 

“ไอ้เหม่งเอ้ย !”

 

ลากสรรพนามอีกฝ่ายเสียงยาวก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก จุนฮยองหุบยิ้มทันทีที่ได้ยิน มือบางยกขึ้นปิด‘เหม่ง’ตามสัญชาตญาณ ก่อนจะตีหน้างอเดินเข้าห้องตัวเองไป ส่งท้ายให้กับเสียงหัวเราะของดูจุนด้วยประตูที่ปิดเสียงดัง

ดูจุนมองประตูที่ปิดลงแล้วด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ร่างสูงเดินไปหยิบกระเป๋าที่พิงอยู่อีกมุมของโซฟา มืออีกข้างเอื้อมไปคว้ากุญแจรถบนโต๊ะขึ้นมา สายตาเหลือบมองนาฬิกาที่บอกเวลาว่าเขากำลังจะเข้างานสายเสียแล้ว





    T B C

 

 


_____________________________________________________________________

คุยกันหน่อย...

๐เหมือนหายไปนานป่ะ? ๕๕๕

๐เรื่องอาจไม่หนุกเท่าไหร่ เปิดแรกๆอยากให้เห็นว่าจุนฮยองเป็นเด็กมีปัญหา*เต้นท่าโฟร์มด*

๐ไม่รู้จะคุยอะไร เอาเป็นว่าขอให้มีความสุขกับฟิคนะคะ :)

๐สำนวนแย่ลงไปบ้าง แต่จะพยายามเกลาให้มันอ่านลื่นกว่านี้น้า

๐ขอบคุณสำหรับการเสพฟิคนะคะ คึคึ

๐ปย๊ง!!

 

 

edit @ 9 May 2013 03:41:35 by DooDuPorPoa

edit @ 9 May 2013 03:42:08 by DooDuPorPoa

Comment

Comment:

Tweet