[FICLET] Satan and Angle [1/2]

posted on 10 May 2013 21:52 by dooduporpoa

 

*คำเตือน : เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องราวที่ผู้เขียนแต่งขึ้นเอง ไม่มีเจตนาจะลบหลู่หรือพาดพิงในเรื่องของศาสนา*

 

พระเจ้าทรงเสกสร้างสรวงสวรรค์ ผืนฟ้าและแผ่นดินขึ้นมาบนจักรวาลแห่งนี้...

 

บนสรวงสวรรค์นั้น...มีสิ่งมีชีวิตที่มีจิตวิญญาณเหนือมนุษย์ ซึ่งเรียกกันว่า ทูตแห่งสวรรค์ ผู้ทำหน้าที่รับข่าวและแจ้งข่าวสารให้แก่พระเจ้า เหล่าทูตสวรรค์มีความรู้ที่มากกว่ามวลมนุษย์ เพราะได้รับสติปัญญาจากการเฝ้าดูกิจกรรมของมนุษย์มาเป็นเวลาช้านาน

 

ส่วนแผ่นดินที่สร้างขึ้นนั้นยังไม่มีต้นไม้หรือพืชผลงอกเงยออกมาสักนิด มีเพียงน้ำที่พลุ่งขึ้นมาจนทำให้แผ่นดินเปียกไปหมด ดังนั้นพระเจ้าทรงปั้นมนุษย์ด้วยผลคลีดิน ระบายลมปราณเข้าทางจมูกให้

 

มนุษย์จึงกลายเป็นผู้มีชีวิต

 

พระเจ้าทรงปลูกสวนแห่งหนึ่งไว้ที่เอเดน และให้มนุษย์ที่ปั้นขึ้นมาอยู่ที่นั่น ทรงให้ต้นไม้ทุกชนิด งามน่าดูและน่ากินเป็นอาหารงอกขึ้นจากพื้นดิน มีต้นไม้แห่งชีวิตต้นหนึ่งอยู่กลางสวนนั้น กับต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่วต้นหนึ่งด้วย

พระเจ้าทรงให้มนุษย์นั้นอยู่ในสวนเอเดน ให้ทำและรักษาสวน พระเจ้าทรงบัญชาแก่มนุษย์นั้นว่า

"บรรดาผลไม้ทุกอย่างในสวนนี้ เจ้ากินได้ทั้งหมด เว้นแต่ต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่ว ผลของต้นไม้นั้นอย่ากิน เพราะวันใดที่เจ้าขืนกิน เจ้าจะต้องตายแน่"

 

และทรงประทานนามของมนุษย์ผู้นั้นว่า....

 

ยงจุนฮยอง

 

 

พระเจ้าทรงส่งทูตสวรรค์ตนหนึ่งไปเฝ้าต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่ว หรืออีกชื่อหนึ่งคือต้นไม้แห่งชีวิตไว้ ทูตสวรรค์ตนนั้นคอยเฝ้าดูแลทำหน้าของตนอย่างไม่บกพร่อง ในขณะเดียวกัน..ตลอดเวลาที่อยู่เอเดน ทูตสวรรค์ตนนี้ก็ได้เฝ้ามองมนุษย์ที่พระเจ้าทรงเสกสร้างขึ้นอย่างหลงใหล

 

ใช่...ทูตสวรรค์ที่เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่มีจิตวิญญาณ

กำลังมีความรัก ...

 

ใบหน้าขาวนวลที่มีสีแดงระเรื่อตลอดเวลา กลีบปากอวบอิ่มที่มักแย้มยิ้มเล็กๆ จนยากแก่การละสายตา ร่างโปร่งที่อุดมไปด้วยน้ำนวลและผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ทูตสวรรค์ตนนี้กำลังตกหลุมเสน่ห์ของมนุษย์นามจุนฮยองอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

ใช่สิ...และนามของทูตสวรรค์ตนนี้ก็คือ

 

จางฮยอนซึง

 

 

ในบรรดาสัตว์ป่าที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นนั้น งูฉลาดกว่าสัตว์ทั้งมวล มันเอ่ยถามจุนฮยองที่กำลังทิ้งตัวนั่งบนโขดหินริมน้ำด้วยความใคร่รู้

"จริงหรือที่พระเจ้าห้ามว่า อย่ากินผลจากต้นไม้ใด ๆ ในสวนนี้"

 

จุนฮยองแย้มยิ้มเล็กๆ ก่อนจะเอ่ยตอบเจ้างูที่มักเข้ามาคุยด้วยอยู่เสมอ

 

"ผลของต้นไม้ต่างๆ ในสวนนี้เรากินได้ เว้นแต่ผลของต้นไม้ที่อยู่กลางสวนนั้น พระเจ้าตรัสห้ามว่า อย่ากินหรือถูกต้องเลย มิฉะนั้นจะตายเอา"

 

เมื่อได้ยินดังนั้นเจ้างูก็แย้มยิ้มออกมา มันค่อยๆ ใช้ร่างกายของมันสัมผัสไปยังตัวของมนุษย์ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์

 

"เจ้าจะไม่ตายจริงหรอก เพราะพระเจ้าทราบว่าเจ้ากินผลไม้นั้นวันใด ตาของเจ้าจะสว่างขึ้นในวันนั้น แล้วเจ้าจะเป็นเหมือนพระเจ้า"

 

จุนฮยองฉุกคิดไปกับคำพูดของเจ้างู ยิ่งเมื่อใช้ดวงตาคู่สวยของตัวเองมองไปยังต้นไม้แห่งชีวิต ก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดและแรงปรารถนามากมาย สองขาเริ่มออกเดินทางเมื่อเล็งเห็นว่าต้นไม้นั้นจะนำมาซึ่งปัญญา เจ้างูแลบลิ้นออกมาเมื่อแผนทั้งหมดเป็นไปตามที่คาดไว้ มันค่อยๆ เคลื่อนย้ายตัวเองติดตามมนุษย์เพียงคนเดียวไป

 

“หยุดอยู่ตรงนั้นเถอะ...”

 

ทูตสวรรค์เอ่ยออกมาเมื่อเห็นคนที่ตนเฝ้ามองมาตลอดกำลังละเมิดข้อห้ามไป จุนฮยองขมวดคิ้วเมื่อหนทางที่จะพาเขาไปหาต้นไม้แห่งชีวิตมีอุปสรรค ชายรูปร่างผอมบางกับปีกสีขาวที่กระพือออก เรือนผมสีทองที่ตัดรับกับใบหน้าเรียวสวย ตั้งแต่อยู่ที่สวนเอเดนแห่งนี้ ไม่เคยเลยสักครั้งที่จุนฮยองจะเคยพบคนผู้นี้

 

“ท่านเป็นใคร”

 

คำเอ่ยสั้นๆ ของคนที่จางฮยอนซึงเฝ้ารอมาตลอด ใบหน้านวลที่เอียงคอถามอย่างหงุดหงิด ช่างดูน่ารักจนยากจะหักห้ามใจไม่ให้อ่อนยวบ

 

“เราเป็นทูตสวรรค์ ที่ผู้ซึ่งพระเจ้ามอบหมายให้ดูแลต้นไม้แห่งชีวิตนี้”

 

ฮยอนซึงตอบคำถามพลางสยายปีกกว้าง โผบินขึ้นท้องฟ้า จุนฮยองเหม่อมองรูปลักษณ์ที่สวยงามของผู้ที่อ้างตนว่าเป็นทูตสวรรค์อย่างตื่นตะลึง

 

“เจ้าไม่อยากได้แล้วหรือไง...ต้นไม้ซึ่งนำมาซึ่งปัญญา”

 

แต่เสียงกระซิบที่แว่วผ่านเข้ามาก็ทำให้จุนฮยองตั้งสติได้ พร้อมกับเอ่ยอ้อนวอนให้ตนได้เข้าไป

 

“ได้โปรดเถอะท่านทูตสวรรค์...ให้ข้าได้เข้าไปลิ้มรสผลไม้ ซึ่งจะนำปัญญามาสู่ข้าด้วยเถิด”

 

“ไม่ได้หรอก...มันเป็นข้อห้ามของพระเจ้า”

 

ฮยอนซึงเอ่ยอย่างลำบากใจ เมื่อเห็นสีหน้าของคนตรงหน้า จุนฮยองเงียบไปสักพักอย่างเศร้าใจ ร่างโปร่งเตรียมหันหลังเพื่อตัดใจจากสิ่งตรงหน้า เสียงกระซิบบางอย่างก็วิ่งเข้ามา...มันค่อยๆ หลอกล่อ และยั่วเย้าให้จุนฮยองตกหลุมพรางอย่างไม่รู้ตัว

 

“ท่านไม่อยากได้ข้าไปอยู่เคียงกายท่านหรอกหรือ บอกข้าสิ...ว่านั่นไม่ใช่จุดประสงค์ของท่าน”

 

จุนฮยองเอ่ยเสียงอ่อนพลางใช้มือบางของตนบรรจงยื่นไปตรงหน้า พร้อมกับส่งสายตาเว้าวอนไปให้อีกคน ทูตสวรรค์ผู้สยายปีกสง่างามอย่างจางฮยอนซึงพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกของตนเองไว้ส่วนลึก แต่เมื่อได้สบสายตากับมนุษย์ตรงหน้า ร่างของเขาก็ค่อยๆ โน้มตัวพร้อมกับยื่นมือไปสัมผัสกับอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัว

 

ทันทีที่ฝ่ามือทั้งสองได้สัมผัสกัน ร่างของจุนฮยองก็ค่อยๆ ก้าวผ่านเข้าไปในแดนหวงห้าม เสียงหัวเราะของใครสักคนดังสะท้านไปทั่วทั้งเอเดน เรียกให้สติของจางฮยอนซึงหวนกลับมา นัยน์ตาสวยเบิกกว้างเมื่อมองเห็นงูตัวหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้า ปีกสีขาวถูกสยายขึ้นพร้อมกับดาบเรียวที่ถูกเรียก

 

งูตัวเดิมค่อยๆ แสยะยิ้ม ก่อนจะกลับกลายร่างเป็นชายรูปงามที่สยายปีกสีแดงฉานขึ้นมา ฮยอนซึงขบริมฝีปากล่างอย่างเข่นเคี้ยว เมื่อศัตรูคู่อาฆาตที่อดีตเคยเป็นทูตสวรรค์ด้วยกันปรากฏกาย

 

“ฮึ่ม...ที่แท้ก็เป็นเจ้าเอง ยุนดูจุน”

 

เจ้าของสรรพนามค่อยๆ ยกยิ้มขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย อดีตทูตสวรรค์ที่มีจิตหลงผิด ที่คิดว่าตนเองนั้นมีรูปร่างงดงาม มีตำแหน่งสูงกว่าและฉลาดเหนือกว่าบรรดาทูตสวรรค์องค์อื่น เป็นทูตสวรรค์ที่แปดเปื้อนไปด้วยความชั่ว จนสุดท้ายกลายเป็น ซาตาน ในที่สุด

 

เสียงฝีดาบกระทบกัน เมื่อศึกระหว่างทูตสวรรค์กับซาตานได้เริ่มต้นขึ้น แผ่นปีกสีขาวและแดงสยายขึ้นบนฟากฟ้าสลับกับแสงอาทิตย์ที่ทอสาดมา ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักสะท้อนผ่านฝีดาบของทั้งสองตน การต่อสู้ที่ถูกล่อลวงไว้ในแผนการของซาตาน ผู้ซึ่งมีอำนาจในการล่อลวงจิตใจของมนุษย์ให้หลงผิด และพยายามทุกวิธีทางที่จะให้มนุษย์ทรยศพระเจ้า และตกนรกในที่สุด

 

จุนฮยองที่ถูกแรงดึงดูดของต้นไม้แห่งชีวิต ไม่ได้สนใจเสียงของการต่อสู้แม้แต่น้อย มือบางเอื้อมไปหยิบแอปเปิ้ลหนึ่งผลขึ้นมา ก่อนจะใช้ฟันซี่ขาวขบกัดลงไป...

 

“เจ้าทำอะไรไป!!”

 

สุรเสียงของพระเจ้าดังก้องสะท้านไปทั้งฟ้า หยุดทุกสรรพสิ่งได้อย่างชะงัก ปีกทั้งสองค่อยๆ สูญสลาย ในขณะที่ร่างของทั้งสาม ค่อยๆลางเลือนไป

 

 

และนี่คือบทลงโทษ...ของผู้ละเมิดกฎของสวรรค์

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet